เครือข่ายชาวสวนปาล์มน้ำมัน ยื่นหนังสือถึง”ศุภจี” เรียกร้องรัฐบาล ผ่านกรมการค้าภายใน ให้ดำเนินการ 4 ข้อ เร่งแก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มน้ำมันตกต่ำ โอดเกษตรกรถูกกดราคารับซื้อ ด้านกรมการค้าภายใน รับตรวจสอบกระบวนการรับซื้อทุกขั้นตอนให้โปร่งใส แจง ปรับขึ้นราคาน้ำมันปาล์มขวดปรับได้ภายใต้เพดานเดิม ส่วนขอปรับขึ้นมากกว่าอยู่ในระหว่างการพิจารณา
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงพาณิชย์ นางอรุณี ชีสังวรณ์ เกษตรกรกลุ่มชาวสวนปาล์มน้ำมันรพีพัฒน์ จังหวัดปทุมธานี เป็นตัวแทนยื่นหนังสือ ให้กับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผ่านนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน โดยเครือข่ายชาวสวนปาล์มน้ำมันและลานเทภาคใต้ มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาล ดำเนินการ 4 ข้อ คือ 1.ผ่อนคลายมาตรการส่งออกทันที เพื่อคืนสมดุลให้โครงสร้างการค้า
2.ประกาศใช้ B10 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐานทันที เพื่อให้ภาคพลังงานดูดซับส่วนเกินผลผลิต เป็นผลดีกับราคาผลปาล์มน้ำมันของเกษตรกร โดยปาล์มที่มีออกมาวันละ 60,000 ตัน เป็นการแก้ปัญหาด้วยกลไกราคามากกว่าการใช้มาตรการบังคับ และ สร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการใช้พลังงานไบโอดีเซลอย่างทั่วถึงในปริมาณที่พอเพียงกว่าการจำหน่าย B20 ที่มีอยู่บางพื้นที่เท่านั้น โดยเฉพาะการเพิ่มหัวจ่าย B20 ให้มากขึ้น เร่งระบายผลผลิตตั้งแต่ต้นทาง และเพิ่มการใช้ B20 เพิ่มตามปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มที่สมดุล
3.ปฏิรูปโครงสร้างราคาปาล์ม เลิกใช้นโยบายสั่งการรายวันแต่ให้ใช้โมเดลราคาที่สภาเกษตรกรแห่งชาตินำเสนอ
4.พัฒนาไบโอดีเซลจากเอทานอล แอลกอฮอล์ ที่ผลิตได้เองในประเทศ ที่มีปริมาณมากพอ ช่วยลดต้นทุน และ ทดแทนการนำเข้าเอทานอลแอลกอฮอล์ราคาสูงจากต่างประเทศ
ด้านนาย เกรียงไกร นาคสุวรรณ เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า หากยึดราคา CPO ณ วันที่ 16 เม.ย.อยู่ที่ 40.13 บาทต่อกิโลกรัม ราคาทลายปาล์มไม่ควรต่ำกว่า 7.20 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาตลาดบางพื้นที่อาจจะเห็นที่ 5 บาทปลายๆ ไปจนถึง 6.60 บาทต่อกิโลกรัม ยังต่ำกว่าราคาโครงสร้าง แต่ปัจจุบันที่ สถานการณ์เอื้อต่อราคาผลปาล์มน้ำมัน เพราะนำไปใช้ในพลังงานเพิ่มขึ้น แต่เกษตรกร กลับโดนกดราคา
ด้านนายวิทยากร กล่าวว่า กรมการค้าภายใน รับทราบถึงข้อกังวลของเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ซึ่งกรมจะกำกับดูแลโครงสร้างราคาปาล์มเข้มงวด ผ่านกลไกระดับจังหวัด เพื่อไม่ให้มีการบิดเบือน เอาเปรียบเกษตรกร เน้นการเข้าไปตรวจสอบราคารับซื้อทั้งระบบตั้งแต่ต้นทาง ส่วนแผนการใช้น้ำมันปาล์มดิบ หรือ CPO ในภาคพลังงาน ได้ประสานกับกระทรวงพลังงานใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้เพิ่ม จาก 70,000 กิโลกรัม เป็น 100,000 กิโลกรัมแล้ว และมีแผนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้เกษตรกรมีความกังวลเรื่องการบิดเบือนกลไกราคา ตอนนี้ ราคารับซื้อผลปาล์มลดลงรายวัน ครั้งละ 40-50 สตางค์/กก. แต่เวลาขึ้นกลับขึ้นน้อยว่า 10-20 สตางค/กก. แต่ก็ต้องยอมรับด้วยว่า ราคาแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม กรมเคยทำหนังสือแจ้งไปยังคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ที่เป็นแหล่งผลิตปาล์ม ให้ช่วยตรวจสอบตลอดห่วงโซ่ของปาล์มว่า เกิดอะไรขึ้น มีการบิดเบือนกลไกราคาช่วงไหน ผลปาล์มของเกษตรกรมีคุณภาพดี เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18% ตามมาตรฐาน แต่ทำไมซื้อราคาเท่านี้ ซึ่งจะเร่งรัด กจร.ให้เร่งตรวจสอบด้วย
นายวิทยากร กล่าว่า ส่วนราคาน้ำมันปาล์มขวด ตามกลไกราคา ณ ขณะนี้ จะมาจากราคา CPO เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ที่ส่วนใหญ่ยังมีสต็อกเดิม และมี CPO ใหม่เข้ามาผสม โดยล่าสุด มีผู้ผลิต 6 ราย ยื่นขอปรับราคาน้ำปาล์มบรรจุขวด แต่มี 2 ส่วน คือ การขออนุญาตตามเพดานเดิม เนื่องจากด้วยภาวะตลาดก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันปาล์มขวดยังขายต่ำกว่าเพดาน ตามภาวะการแข่งขันบริโภคที่ชะลอและแข่งขันสูง ซึ่งในส่วนนี้ ได้อนุญาตให้ผู้ผลิต 1 ราย ปรับราคาได้ภายใต้กรอบเพดานราคาเดิม
ในส่วนของการขออนุญาตขึ้นราคาสูงกว่าเพดานเดิมที่เคยกำหนดไว้ ทั้งนี้แต่ละ แบรนด์ ราคาเพดานจำหน่ายปลีกจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับโครงสร้างต้นทุน โดยอยู่ระหว่างขอรายละเอียดเพิ่มเติมทั้งสต็อก CPO เก่า และใหม่ ซึ่งทั้งหมด จะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 15 วัน และเบื้องต้นจะใช้วิธีการเจรจาก่อน เช่น เพดานราคาจำหน่ายปลีก อยู่ที่ขวดละ 48 บาท แต่ก่อนหน้านี้ขายเพียง 45 บาท จึงจะเจรจาให้ขึ้นไปที่ 46 บาท หรือ 47 บาทก่อน





