วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน 2569

Login
Login

ศุลกากรสหรัฐเปิดระบบขอคืนภาษีทรัมป์ พาณิชย์แนะผู้ส่งออกประสานคู่ค้าเช็กกติกา

ศุลกากรสหรัฐเปิดระบบขอคืนภาษีทรัมป์  พาณิชย์แนะผู้ส่งออกประสานคู่ค้าเช็กกติกา

ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา ไทย และประเทศต่างๆ ต้องปวดหัว และลุ้นไปกับมาตรการภาษีของประธานาธิบดีสหรัฐ จนเป็นที่มาของการขึ้นภาษีสำหรับประเทศต่างๆ โดยไทยโดนล็อตแรกที่ 36%

ต่อมาหลังการเจรจา และลงนามข้อตกลงทางการค้า ที่เรียกว่าแถลงการณ์ร่วมไปแล้ว อัตราภาษีก็อยู่ที่ 19% แต่เมื่อศาลฎีกาสหรัฐ มีคำพิพากษาในวันศุกร์ที่ 20 ก.พ.2569 ให้ยกเลิกมาตรการจัดเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลก ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชี้ขาดเป็นการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตของฝ่ายบริหารตามรัฐธรรมนูญ

โดยประเด็นสำคัญจากคำพิพากษาการปฏิเสธอำนาจฉุกเฉิน: ศาลมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ตัดสินว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่สามารถใช้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศปี 2520 (International Emergency Economic Powers Act - IEEPA) เพื่อตั้งกำแพงภาษีในวงกว้างได้ เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวมีไว้สำหรับใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติเท่านั้น

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ  เปิดเผยว่า สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐ (CBP)ยืนยันเตรียมเปิดใช้งานระบบ CAPE(Consolidated Administration and Processing of Entries)อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 เม.ย.2569 เพื่อรองรับการขอคืนภาษีนำเข้าที่ถูกเรียกเก็บภายใต้กฎหมาย IEEPA(International Emergency Economic Powers Act) ภายหลังที่ศาลสูงสุดสหรัฐตัดสินว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยจะเป็นช่องทางหลักในการบริหารจัดการเอกสารเพื่อคืนภาษีอากรพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบการ

สำหรับขอบเขตในการเปิดใช้งานระยะแรก (PhaseI)[1](ผู้ประกอบการไม่ต้องยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลการค้าระหว่างประเทศ (CIT)เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินคืน)จะครอบคลุมเฉพาะรายการสินค้านำเข้าภายใต้ 2 เงื่อนไข ได้แก่ 1. รายการที่ยังไม่ได้ชำระบัญชีประเมินอากร (Unliquidated entries) และ 2. รายการที่อยู่ในสถานะการชำระบัญชี (Liquidated entries)ไปแล้วไม่เกิน 80 วัน 

นอกจากนี้ ได้มีการกำหนดเงื่อนไข และคุณสมบัติผู้ยื่นคำขอของระบบ CAPEโดยกำหนดให้สิทธิในการยื่นคำขอจำกัดเฉพาะผู้นำเข้า (Importer of Record)หรือตัวแทนออกของ (Customs Broker)ที่มีบัญชีในระบบ ACE Secure Data Portal สำหรับระยะเวลา และการคืนเงิน ซึ่งหากข้อมูลถูกต้อง และได้รับการอนุมัติ ผู้ประกอบการจะได้รับเงินคืนภายใน 60 - 90 วัน อย่างไรก็ตาม หากผู้นำเข้ามีหนี้ค้างชำระกับ CBP ระบบจะดำเนินการหักลบหนี้ชำระ ก่อนโอนเงินส่วนต่างที่เหลือให้แก่ผู้ประกอบการ

“กรมฯ ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการไทยเร่งประสานกับผู้นำเข้าในสหรัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อตรวจสอบว่ารายการสินค้าเข้าข่ายได้รับการคืนภาษีหรือไม่ และให้ผู้นำเข้าตรวจสอบความพร้อมสำหรับบัญชี ACE Portal รวมถึงข้อมูลธนาคารก่อนกำหนดเปิดระบบ” 

นอกจากนี้ CBPยังมีแผนขยายขอบเขตของระบบ CAPEให้ครอบคลุมกรณีที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในระยะถัดไป เช่น รายการขอคืนอากร (Drawback)รายการภาษีAD/CVD และรายการที่สิ้นสุดกระบวนการชำระบัญชีแล้ว ซึ่งกรมฯ จะติดตาม และแจ้งให้ทราบต่อไป”

นางอารดา กล่าวว่า กรมฯ ได้เฝ้าระวังสถานการณ์ ทางการค้าสหรัฐ โดยเฉพาะการใช้มาตรา 122 อย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบันมีการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมในอัตรา 10% จากอัตราปกติกับทุกสินค้า ถึงวันที่ 23 ก.ค.2569 

ส่วนความร่วมมือทั้งการเร่งเจรจาเชิงเทคนิค และยืนยันเข้าร่วมกระบวนการไต่สวนตามมาตรา 301 ของสหรัฐ ซึ่งได้ประกาศเปิดไต่สวนไทย และประเทศต่างๆ ใน 2 กรณี ได้แก่ 1.การมีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างในภาคการผลิต (Excess Capacity) และ 2.การบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor)โดยไทยได้ยื่นข้อโต้แย้งต่อการไต่สวนดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่15 เม.ย.2569 และกระทรวงพาณิชย์จะเข้าร่วมในกระบวนการไต่สวนเพื่อแก้ต่างอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ให้กับผู้ส่งออกไทยอย่างสูงสุด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสหรัฐอย่างดีที่สุด

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์www.cbp.gov/trade/programs-administration/trade-remedies/ieepa-duty-refunds หรือ ติดต่อสอบถาม CBP โดยตรงในประเด็นด้านเทคนิคได้ที่ [email protected] และข้อมูลทั่วไปได้ที่ [email protected] หรือสามารถติดต่อสายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ โทร.1385

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์