วันพุธ ที่ 22 เมษายน 2569

Login
Login

‘เอกนิติ’ ย้ำเดินหน้ามาตรการคลังมุ่งเป้า เผยข่าวดี Moody’s อัปเกรดมุมมองไทยกลับสู่เสถียรภาพ

‘เอกนิติ’ ย้ำเดินหน้ามาตรการคลังมุ่งเป้า เผยข่าวดี Moody’s อัปเกรดมุมมองไทยกลับสู่เสถียรภาพ

คลังเผยข่าวดี Moody's ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือเศรษฐกิจไทยจากเชิงลบสู่ "มีเสถียรภาพ" พร้อมคงเรตติ้งที่ Baa1 สะท้อนความเชื่อมั่นการเมืองนิ่ง-นโยบายปฏิรูปชัดเจน ดันการลงทุนเอกชนฟื้นตัว ขณะที่ฐานะการคลัง และทุนสำรองยังแกร่งรับมือความผันผวนได้ รัฐบาลย้ำเดินหน้ามาตรการคลังมุ่งเป้า มั่นใจนโยบายเศรษฐกิจมาถูกทาง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2569 บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก Moody’s ได้ประกาศปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) จากระดับเชิงลบ (Negative Outlook) ขึ้นมาสู่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) และประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ (Sovereign Credit Rating) ไว้ที่ระดับ Baa1 โดยการปรับมุมมองเชิงบวกในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงสมดุลความเสี่ยง (Balance of Risks) ต่อเศรษฐกิจไทยที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงความเชื่อมั่นของสถาบันระดับโลกที่มีต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Moody’s ตัดสินใจปรับมุมมองในครั้งนี้ มาจากเสถียรภาพของรัฐบาลที่ช่วยลดทอนความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งเคยเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจไทยในอดีต โดยเสถียรภาพดังกล่าวได้เข้ามาสนับสนุนความต่อเนื่องของนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ เพื่อสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆ อย่างชัดเจน

"หากรัฐบาลสามารถผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้างได้ตามแผน ทั้งการปรับปรุงกฎระเบียบให้ยืดหยุ่นเอื้อต่อการทำธุรกิจ รวมถึงการเปิดเสรีตลาดพลังงานเพื่อเพิ่มการแข่งขัน จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้เศรษฐกิจไทยขยายตัว และเอื้อให้ฐานะการคลังค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น"

ในมิติของปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงต่างๆ ได้เริ่มคลี่คลายลง โดยเฉพาะความกังวลต่อนโยบายการจัดเก็บภาษีศุลกากรต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) ที่ลดระดับลงภายหลังกระบวนการเจรจา ส่งผลให้อัตราภาษีศุลกากรต่อสินค้าไทยกลับมาอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ และใกล้เคียงกับประเทศในภูมิภาค

นอกจากนี้ แม้ว่าวิกฤติราคาพลังงานโลกจะเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจ และภาระหนี้ภาครัฐ แต่ระดับความเสี่ยงดังกล่าวยังคงอยู่ในกรอบที่สามารถเทียบเคียงได้กับกลุ่มประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับเดียวกัน

ขณะเดียวกัน เครื่องยนต์การลงทุนภาคเอกชนได้ส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับอานิสงส์จากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่พุ่งสูงขึ้น ผสานกับการขับเคลื่อนมาตรการภาครัฐอย่าง Thailand Fast Pass ที่ช่วยเร่งรัดให้เกิดการลงทุนจริงตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา ซึ่งการลงทุนถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการยกระดับศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาวของไทยที่เคยถูกมองว่าเป็นจุดอ่อน

สำหรับประเด็นด้านฐานะการคลัง แม้ Moody’s จะประเมินว่าสัดส่วนหนี้ภาครัฐบาลต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะขยับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 60% และ 62% ในปีงบประมาณ 2569 และ 2571 ตามลำดับ อันเป็นผลจากการใช้นโยบายการคลังแบบขาดดุลเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัว แต่ประเทศไทยยังมีขีดความสามารถในการชำระหนี้ที่แข็งแกร่ง รองรับด้วยตลาดทุน และตลาดตราสารหนี้ในประเทศที่มีความลึก สามารถรองรับการระดมทุนของภาครัฐได้ในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ

อีกทั้งโครงสร้างหนี้ส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินบาท และมีอายุเฉลี่ยค่อนข้างยาว ทำให้สามารถบริหารจัดการภาระหนี้ได้ดี โดยคาดว่าสัดส่วนภาระดอกเบี้ยต่อรายได้รัฐบาลในปีงบประมาณ 2569 จะอยู่ที่ 6% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่ากลุ่มประเทศในระดับเดียวกัน

นอกจากนี้ ฐานะการเงินต่างประเทศของไทยยังคงแข็งแกร่ง และเป็นเกราะป้องกันชั้นดี โดยข้อมูล ณ เดือนมี.ค.2569 ประเทศไทยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่า 23.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพียงพอต่อการรองรับการนำเข้าสินค้า และบริการได้มากถึง 7 เดือน ขณะที่สัดส่วนหนี้ครบกำหนดชำระในระยะสั้น และระยะยาวต่อเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 45% ถึง 50% ในปี 2569 ซึ่งเพียงพอต่อการรับมือกับความผันผวนจากปัจจัยภายนอก

อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไป Moody’s จะติดตามความคืบหน้าด้านศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง และการบริหารจัดการทางการคลังอย่างใกล้ชิด

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ผลการประเมินดังกล่าวสะท้อนว่าพื้นฐานเศรษฐกิจ และเสถียรภาพของไทยยังคงแข็งแกร่ง และทิศทางนโยบายที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่นั้นมาถูกทาง โดยเฉพาะการใช้นโยบายการคลังแบบมุ่งเป้า (Targeted Fiscal Support) เพื่อดูแลประชาชน และบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น ควบคู่ไปกับการเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว

ทั้งนี้ หัวใจสำคัญที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือจะให้ความสำคัญในระยะข้างหน้า คือ การเดินหน้านโยบายอย่างต่อเนื่อง และการลงมือปฏิบัติให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม (Policy Execution) เพื่อยกระดับศักยภาพ และความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์