วันพุธ ที่ 22 เมษายน 2569

Login
Login

บสย.โชว์ค้ำสินเชื่อ Q1 พุ่ง 2.8 เท่า งัดค้ำกระบะอีวีสู้วิกฤติ

บสย.โชว์ค้ำสินเชื่อ Q1 พุ่ง 2.8 เท่า งัดค้ำกระบะอีวีสู้วิกฤติ

บสย. กางผลงานไตรมาสแรกปี 2569 โกยยอดค้ำประกันสินเชื่อทะลุ 2.3 หมื่นล้านบาท โตกว่า 2.87 เท่า อานิสงส์มาตรการ Quick Big Win ดันเม็ดเงินอุ้มเอสเอ็มอีและรายย่อยกว่า 2.7 หมื่นราย พร้อมเดินหน้าต่อยอดค้ำประกันกระบะและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าลดภาระต้นทุนพลังงาน จ่อคลอดแพลตฟอร์ม SMEs First ปลดล็อกการเข้าถึงแหล่งทุนให้คนตัวเล็กอย่างยั่งยืน

นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2569 (ม.ค.-มี.ค. 2569) ว่า บสย. มียอดค้ำประกันสินเชื่อรวม 23,448 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 33% จากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้กว่า 70,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนพบว่าเติบโตกระโดดถึง 2.87 เท่า ผลงานดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการช่วยพยุงสินเชื่อในระบบที่ติดลบต่อเนื่องมาถึง 14 ไตรมาส ให้กลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 26,032 ล้านบาท สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและรายย่อยให้ได้รับสินเชื่อถึง 27,353 ราย รักษาการจ้างงานรวม 195,641 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสะพัดกว่า 96,842 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. Quick Big Win ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของกระทรวงการคลัง วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท โดยนับตั้งแต่ออกมาตรการเมื่อกลางเดือน ธ.ค. 2568 จนถึงสิ้นเดือน มี.ค. 2569 มียอดค้ำประกันไปแล้ว 24,864 ล้านบาท หรือเกือบ 50% ของวงเงินโครงการ ช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนได้ 30,684 ราย

โดยมาตรการดังกล่าวให้ฟรีค่าธรรมเนียม 3 ปีแรก พร้อมทั้งนำระบบเครดิตสกอริ่ง TCG Score มาใช้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมตามระดับความเสี่ยงเป็นครั้งแรก เพื่อดูดซับความเสี่ยงและช่วยลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน 

โดยกลุ่มธุรกิจที่ได้รับการค้ำประกันสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ภาคบริการ 35.1% อาหารและเครื่องดื่ม 9.2% และการผลิตสินค้า 9% ซึ่งการค้ำประกันกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลสูงสุดถึง 48%

นายสิทธิกร กล่าวต่อว่า ในด้านการแก้หนี้ บสย. ยังเดินหน้าช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ตามมาตรการ "บสย. พร้อมช่วย" อย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรกสามารถช่วยลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ได้ 1,575 ราย คิดเป็นมูลหนี้ 630 ล้านบาท และมีลูกหนี้ที่สามารถปลดหนี้ปิดบัญชีได้สำเร็จถึง 384 ราย มูลหนี้รวม 93 ล้านบาท ทั้งนี้ บสย. ยังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางที่มียอดหนี้คงเหลือไม่เกิน 2 แสนบาท โดยมอบส่วนลดเงินต้นสูงสุดถึง 50% เพื่อเป็นทางออกในการปลดหนี้ให้ประชาชนอย่างเบ็ดเสร็จ

นายสิทธิกร กล่าวย้ำถึงทิศทางธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีว่า บสย. พร้อมขานรับนโยบายรัฐในการช่วยเหลือผู้ประกอบการคนตัวเล็กและกลุ่มอาชีพอิสระที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจากวิกฤติตะวันออกกลาง ล่าสุดได้ขยายเวลามาตรการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะ "กระบะพี่ มีคลังค้ำ" ไปจนถึงสิ้นปี 2569 ครอบคลุมทั้งรถกระบะสันดาปและรถกระบะไฟฟ้า (EV) เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากิน พร้อมทั้งเตรียมขยายผลการค้ำประกันไปยังกลุ่มมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในระยะต่อไป

นอกจากนี้ บสย. กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาแพลตฟอร์ม "SMEs First" ซึ่งจะเป็นตัวกลาง (SMEs' Gateway) เชื่อมต่อให้เอสเอ็มอีรายย่อยได้เข้ามาประเมินศักยภาพด้านเครดิตของตนเองก่อนการขอสินเชื่อ และทำหน้าที่จับคู่กับผู้ให้บริการทางการเงินทั้งสถาบันการเงินและกลุ่มนอนแบงก์ (Non-Bank) ที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมการให้บริการรูปแบบใหม่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งทุน และผลักดันให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน