เปิดแฟ้ม ครม. 21 เม.ย.จับตาสำนักงบประมาณเสนอยุทธศาสตร์การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 มหาดไทยเสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนการฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย เพื่อสร้างระบบช่วยเหลือที่ยั่งยืน
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ (21 เม.ย. 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน มีวาระสำคัญที่เตรียมเข้าสู่การพิจารณาและรับทราบหลายประเด็น ดังนี้
ในส่วนของวาระเพื่อพิจารณาที่น่าสนใจ สำนักงบประมาณ จะมีการเสนอยุทธศาสตร์การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.
กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนการฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัยเพื่อสร้างระบบการช่วยเหลือและประกันภัยประชาชนที่ยั่งยืน ลดความเสี่ยงในการใช้งบประมาณของรัฐบาลในอนาคต
ขณะที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้เสนอแนวทางในการดำเนินคดีของหน่วยงานของรัฐ รวมถึงแนวทางในการดำเนินคดีในศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศ เสนอร่างปฏิญญาบากูว่าด้วยการส่งเสริมการพัฒนามนุษย์เพื่อขับเคลื่อนสังคมสำหรับทุกช่วงวัยในเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งมีกำหนดการจะรับรองร่วมกันในวันที่ 24 เมษายน 2569 นี้ ณ กรุงเทพมหานคร
กระทรวงมหาดไทย ยังได้มีการเสนอวาระสำคัญด้านการเยียวยาประชาชน โดยขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินค่าปลงศพผู้ประสบอุทกภัย
พร้อมกันนี้ยังได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 จากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อนำมาจ่ายเงินค่าปลงศพเพิ่มเติมและขอขยายระยะเวลาการดำเนินงานออกไป
สำหรับวาระเพื่อทราบ มีประเด็นที่ทางวุฒิสภาเสนอให้ ครม. ส่งรายชื่อผู้แทนเพื่อเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คกก.ป.ป.ช.) ได้นำเสนอมาตรการเพิ่มความโปร่งใสในการใช้ประโยชน์และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ และมาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบนเพื่อยกระดับความโปร่งใสของภาครัฐ
นอกจากนี้ทางกระทรวงมหาดไทย ยังได้เสนอการมอบหมายให้รัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ส่วนสำนักนายกรัฐมนตรีได้เสนอการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ คือนายวโรทัย ไตรพิทักษ์ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ และกระทรวงการคลัง ได้มีการรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ให้ที่ประชุมได้รับทราบ ปิดท้ายด้วยวาระจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่เสนอเรื่องกำหนดวันและเวลาประชุม รวมถึงวันเริ่มสมัยสามัญประจำปีครั้งที่สองเพื่อให้การทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติมีความต่อเนื่อง





