วันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2569

Login
Login

6 รัฐบาล 5 วิกฤติ ออก พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน 'เยียวยาประเทศ'

6 รัฐบาล 5 วิกฤติ ออก พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน 'เยียวยาประเทศ'

6 รัฐบาล ในรอบเกือบ 30 ปี ออก พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน 'เยียวยาประเทศ' รับมือ 5 วิกฤติ ตั้งแต่ต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ มหาอุทกภัย โควิด ล่าสุดวิกฤติพลังงาน

สงครามในตะวันออกกลางที่ลากยาวมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.2569 ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก ซึ่งจะมีผลต่อเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อของไทยในปี 2569 โดยรัฐบาลเริ่มพิจารณาการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อรับมือวิกฤติพลังงานและซูเปอร์เอลนีโญ

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 เม.ย.2569 ว่า รัฐบาลพิจารณาออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมพร้อมรองรับวิกฤติซ้อนวิกฤติ คือ วิกฤติราคาพลังงานและซูเปอร์เอลนีโญ

ทั้งนี้การออก พ.ร.ก.เป็นอำนาจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ระบุการออก พ.ร.ก.สำหรับกรณีฉุกเฉินจำเป็นรีบด่วนสามารถดำเนินได้เพื่อความมั่นคงหรือเศรษฐกิจ โดยเมื่อรัฐบาลออก พ.ร.ก.แล้วมีหน้าที่เสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในโอกาสแรกที่ทำได้ทันที

สำหรับการออกเป็น พ.ร.ก.เพราะสถานการณ์จำเป็นเร่งด่วนและเป็นกรณีฉุกเฉิน โดยสถานะเงินคงคลังค่อนข้างน้อยและตึงตัว

ขณะที่ประเทศเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่คาดการณ์ยากจากสงครามและซูเปอร์เอลนีโญที่จะกระทบผลผลิตการเกษตรและเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลต้องเตรียมงบประมาณเพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

6 รัฐบาล 5 วิกฤติ ออก พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน 'เยียวยาประเทศ'

ในช่วงที่ผ่านมาการออกกฎหมายกู้เงินเป็นแนวทางการรับมือวิกฤติของหลายรัฐบาล โดยหากนับรวมการกู้เงินของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล แล้วในรอบเกือบ 30 ปี ซึ่งกรุงเทพธุรกิจได้รายงานถึงการกู้เงินเพื่อรับมือวิกฤติรวม 6 รัฐบาล เป็นการรับมือ 5 วิกฤติ ดังนี้  

1.รัฐบาลนายชวน หลีกภัย ออก พ.ร.ก.กู้เงินรวม 2 ฉบับ รวมวงเงิน 800,000 ล้านบาท ประกอบด้วย

พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2541 วงเงิน 500,000 ล้านบาท โดยเป็นการออกกฎหมายหลังวิกฤติต้มยำกุ้งเพื่อมาฟื้นฟูระบบสถาบันการเงินที่เป็นต้นเหตุหลักของวิกฤติเศรษฐกิจ และป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเนื่อง

พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2541 วงเงิน 300,000 ล้านบาท เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบธนาคารพาณิชย์ที่ยังเปิดดำเนินการอยู่ล้มละลาย

2.รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ฉบับ

พ.ร.ก.ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่ 2 พ.ศ.2545 วงเงิน 780,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินมาตรการต่อเนื่องในการปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูภาคการเงินอย่างยั่งยืน หลังจากที่วิกฤติยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

3.รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ฉบับ

พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 วงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ (ไทยเข้มแข็ง) ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2551 จนกระทบกับเศรษฐกิจโลก โดยมีการเยียวยาประชาชนที่สำคัญ เช่น เช็คช่วยชาติ

นอกจากนี้ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เสนอร่าง พ.ร.บ.กู้เงินอีก 1 ฉบับ วงเงิน 400,000 ล้านบาท แต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ถอนร่างออกจากรัฐสภาเพราะภาวะเศรษฐกิจเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ

4.รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ฉบับ

พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 วงเงิน 350,000 ล้านบาท เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและวางรากฐานการพัฒนาประเทศ รวมทั้งกรุงเทพธุรกิจรายงานว่าเป็นการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ในลุ่มเจ้าพระยาปี 2554

ต่อมาปี 2556 รัฐบาลเสนอร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งทั่วประเทศ แต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลด้านวินัยการคลังและการตรวจสอบที่ไม่ชัดเจน

5.รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออก พ.ร.ก.กู้เงินรวม 2 ฉบับ

พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคโควิด-19 พ.ศ.2563 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท โดยแบ่งการใช้เงินเป็น 3 ส่วน คือ การสาธารณสุข การกระตุ้นการบริโภค และส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดเล็ก เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนในระบบช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ

พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคโควิด-19 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 วงเงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการแพร่ระบาดระลอกใหม่และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ 

ก่อนที่จะออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้ขยายเพดานหนี้สาธารณะจากไม่เกิน 60% เป็น 70% เพื่อรองรับการกู้เงินเพิ่มเติม

6.รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังพิจารณาออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ฉบับ เพื่อใช้รับมือกับวิกฤติพลังงานจากสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปขายปลีกในไทยสูงขึ้น โดยดีเซลทะลุไปถึงลิตรละ 50.54 บาท เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2569

สำหรับการรับมือราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศได้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งสถานะวันที่ 20 เม.ย.2569 ติดลบ 62,046 ล้านบาท โดยกระทรวงพลังงานยืนยันน้ำมันสำรองล่าสุดที่ 110 วัน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องการเตรียมงบประมาณสำหรับรองรับสถานการณ์ซูเปอร์เอลนีโญมีการประเมินเป็นเอลนีโญหนักสุดรอบ 140 ปี ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาประเมินไทยจะเข้าสภาวะเอลนีโญเดือน มิ.ย.-ส.ค.2569 ด้วยความน่าจะเป็น 62% และต่อเนื่องถึงปลายปี 2569

ส่วนสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ประเมินปริมาณฝนปี 2569 จะใกล้เคียงปี 2555 ที่มีปริมาณ 1,479 มิลลิเมตร ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปี ที่ระดับ 1,500 มิลลิเมตร