วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน 2569

Login
Login

ออมสิน อัดซอฟต์โลนแสนล้าน ผนึก 16 แบงก์อุ้มธุรกิจ ดอกเบี้ย 3.50%

ออมสิน อัดซอฟต์โลนแสนล้าน ผนึก 16 แบงก์อุ้มธุรกิจ ดอกเบี้ย 3.50%

ออมสินรับมติ ครม. ปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลน "GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย" วงเงิน 1 แสนล้านบาท กางปีกอุ้มรายย่อย-เอสเอ็มอีฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจและสงคราม พร้อมหนุนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ดึง 16 สถาบันการเงินและนอนแบงก์ร่วมปล่อยกู้ ชูดอกเบี้ยต่ำ 2 ปีแรกไม่เกิน 3.50% ต่อปี

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2569 เห็นชอบมาตรการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในต่างประเทศ รัฐบาลได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนมาตรการเติมสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ภายใต้ชื่อ “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถปรับตัวรับมือกับวิกฤต ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานทางเลือก 

โดยกลไกการทำงานของโครงการนี้ ธนาคารออมสินจะทำหน้าที่เป็นแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ปล่อยกู้ให้กับสถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้สถาบันการเงินเหล่านั้นนำไปปล่อยสินเชื่อต่อให้กับกลุ่มลูกค้ารายย่อย ผู้ประกอบการ SMEs และธุรกิจขนาดใหญ่ โดยกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรกไว้ที่ไม่เกิน 3.50% ต่อปี ตามเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงินกำหนด ทั้งนี้มีข้อยกเว้นสำหรับกรณีการกู้เพื่อซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่จะไม่ได้ใช้อัตราดอกเบี้ยดังกล่าว

สำหรับการจัดสรรวงเงิน 1 แสนล้านบาทนั้น ถูกแบ่งออกเป็น 3 วัตถุประสงค์หลักอย่างชัดเจน ส่วนแรกคือสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง (Mitigation) วงเงิน 30,000 ล้านบาท มุ่งเป้าเพื่อลดภาระดอกเบี้ยลูกค้าเดิม การลงทุน และรีไฟแนนซ์ สำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ตลอดจนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ข้อพิพาทชายแดน มาตรการภาษี และปัญหาห่วงโซ่อุปทาน

ส่วนที่สองคือสินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจ ซึ่งแบ่งย่อยเป็นวงเงินสำหรับการสร้างพลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย (Reinvent Thailand) 30,000 ล้านบาท วงเงินกรณีปรับตัวเพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจ (Transformation) 25,000 ล้านบาท และวงเงินสำหรับการพัฒนาศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจอื่นที่รับผลกระทบจากสงครามรวมถึงห่วงโซ่อุปทานอีก 10,000 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการสามารถยื่นกู้ได้ผ่านธนาคารออมสิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการ

ส่วนที่สามคือสินเชื่อกรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน วงเงิน 5,000 ล้านบาท เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปกู้ผ่านสถาบันการเงินและกลุ่มนอนแบงก์ เพื่อนำไปปรับตัวสู่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) การจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงการปรับปรุงที่พักอาศัยและอาคารให้ประหยัดพลังงาน

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจ สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ที่สถาบันการเงิน 16 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทิสโก้ ธนาคารไทยเครดิต ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารออมสิน รวมถึงผู้ให้บริการทางการเงินกลุ่มนอนแบงก์ที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป