วันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2569

Login
Login

โลกตุนสต็อกข้าว‘จีน-อิหร่าน-อินเดีย’นำ ‘USDA’ชี้‘ไทย’ผลผลิตดีราคาพุ่ง2%

โลกตุนสต็อกข้าว‘จีน-อิหร่าน-อินเดีย’นำ   ‘USDA’ชี้‘ไทย’ผลผลิตดีราคาพุ่ง2%

กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า การส่งออกข้าวเดือนม.ค.-ก.พ.2569 มีปริมาณ 1,153,653 ตัน มูลค่า20,207 ล้านบาท หรือ 651 ล้านดอลลาร์ โดยปริมาณส่งออกลดลง 4.1% และมูลค่าส่งออกลดลง 22.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ที่มีการส่งออกปริมาณ 1,202,559 ตัน มูลค่า 26,209 ล้านบาท หรือ770 ล้านดอลลาร์

การส่งออกข้าวเป็นแหล่งรายได้อีกทางที่สำคัญของประเทศไทย แต่มากกว่านั้น ข้าวเป็นสินค้าเกษตรที่สำคัญเพราะมีแหล่งผลิตจากครัวเรือนไทยที่ทำนาประมาณ 61% หรือ 4.68 ล้านครัวเรือน  หรือประมาณ 45% หรือ 20 ล้านคนทั่วประเทศ และใช้พื้นที่เพาะปลูกประมาณ 72 ล้านไร่ ดังนั้น ทิศทางตลาดข้าวของโลกย่อมพยากรณ์อนาคตรายได้ของชาวนาไทย

ข้อมูลจาก  กระทรวงเกษตรสหรัฐ หรือ ยูเอสดีเอ (U.S. DEPARTMENT OF AGRICULTURE) เผยแพร่รายงาน

Rice Outlook: April 2026 สาระสำคัญระบุว่า คาดการณ์ผลผลิตข้าวทั่วโลกในปี 2568/69 อยู่ที่ 541.4 ล้านเมตริกตัน (ตามน้ำหนักข้าวสาร) เพิ่มขึ้น 0.1 ล้านตันจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตในประเทศไทย เนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยทำให้คาดว่าพื้นที่เพาะปลูกที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งสามารถชดเชยผลผลิตที่ลดลงในฟิลิปปินส์และไต้หวัน ส่วนประมาณการผลผลิตในอินเดีย อยู่152 ล้านเมตริกตัน และจีน อยู่ที่ 146 ล้านเมตริกตัน ในบทบาทผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ที่สุดสองอันดับแรกของโลกนั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

“การเพิ่มขึ้นของผลผลิตและปริมาณสต็อกเริ่มต้น(beginning stocks)ในแต่ละเดือน ส่งผลให้ประมาณการปริมาณข้าวทั่วโลกสำหรับปี 2568/69 เพิ่มสูงขึ้นเป็น 732.9 ล้านตัน ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ครั้งก่อน (มี.ค.2569)0.4 ล้านตัน”

สำหรับการคาดการณ์การบริโภคข้าวทั่วโลกในปี 2025/26 (รวมถึงส่วนที่เหลือที่คำนึงถึงการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว) นั้นพว่า ลดลง 400,000 ตันในเดือนเม.ย. เหลือ 540.6 ล้านตัน การลดลงนี้เกิดจากการลดลงของการคาดการณ์การบริโภคในญี่ปุ่น 175,000 ตัน รวมถึงการลดลงของการคาดการณ์การบริโภคในอิรัก 100,000 ตัน และการลดลงรวมกัน 75,000 ตันในคิวบา ซาอุดีอาระเบีย และไต้หวัน การลดลงเหล่านี้มากกว่าการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในที่อื่นๆ การบริโภคยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ในหลายประเทศที่บริโภคข้าวรายใหญ่ ได้แก่ บังกลาเทศ อินเดีย ไนจีเรีย ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม และสหรัฐ

รายงานยังระบุถึง ปริมาณสต็อกคงเหลือทั่วโลกในปี 2025/26 คาดการณ์ไว้ที่ 192.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.8 ล้านตันจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เป็นผลจากการปรับเพิ่มจำนวนข้าวคงคลังของประเทศต่างๆ เช่น อิหร่าน ปากีสถาน ญี่ปุ่น และไทย ชดเชยการลดลงของสินค้าคงคลังของประเทศต่างๆ เช่น บังกลาเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี) ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน ขณะที่จีน และอินเดีย ยังคงครองสัดส่วนสต็อกข้าวโลกมากที่สุดของโลกซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากโครงการสำรองข้าวของรัฐบาล

ด้านสถานการณ์การค้าข้าวโลกในปี 2569 ยังคงอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีปฏิทิน2569  คาดว่าการส่งออกข้าวทั่วโลกจะอยู่ที่ 62.1 ล้านตัน  อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ในเดือนเม.ย.นี้พบการค้าลดลง 0.4 ล้านตันจากการคาดการณ์ครั้งก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการลดลงของการส่งออกของปากีสถานและสหรัฐเนื่องจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากผู้ส่งออกที่มีราคาต่ำกว่า

   ในส่วนการนำเข้าข้าวทั่วโลกลดลง 0.3 ล้านตัน เหลือ 59.9 ล้านตัน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงในหลายประเทศได้แก่ตะวันออกกลางและแอฟริกา ซึ่งมากกว่าการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นในตลาดจีน

    ทั้งนี้ ราคาข้าวตลาดโลกพบว่าความเคลื่อนไหว ตั้งแต่11 มี.ค.2569  และ 8 เม.ย.2569  นั้น ข้าวไทย เวียดนาม อุรุกวัย และอาร์เจนตินาเพิ่มขึ้น แต่พบราคาที่ลดลงใน อินเดียและปากีสถาน 

โดยราคาข้าวของสหรัฐ สำหรับข้าว No. 2, ข้าวหัก4%  ราคายังคงอยู่ที่ 550 ดอลลาร์ต่อตัน ส่วนข้าวขาว 100% เกรดบี ของไทย ราคาเพิ่มขึ้น 10 ดอลลาร์ หรือ 2 %  อยู่ที่ 388 ดอลลาร์ต่อตัน,ข้าวขาว5% ของเวียดนาม อยู่ทีี่ 380 ดอลลาร์ต่อตัน สูงขึ้นกว่าราคาซื้อขยเมื่อต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ส่วนอินเดียราคาข้าวขาว 5% ลดลง 15 ดอลลาร์ หรือ ลดลง4% อยู่ที่ 340 ดอลลาร์ต่อตัน เป็นการลดลงอย่างต่อเนื่อง 4 เดือน ส่วนปากีสถาน อยู่ที่ 345 ดอลลาร์ต่อตัน ลดลง 5 ดอลลาร์ หรือ 1% 

ด้านข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)  (30 มี.ค. - 5 เม.ย. 2569) ระบุว่า  การผลิตข้าวนาปี ปี 2568/69 (คาดการณ์ข้อมูล ณ เดือนต.ค. 2568) มีเนื้อที่เพาะปลูก 61.3ล้านไร่  ผลผลิต 26.9  ล้านตัน ผลผลิตต่อไร่ 440 กิโลกรัม ทั้งนี้ ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น0.23% เนื้อที่เพาะปลูกคาดว่าลดลง เนื่องจากราคาที่เกษตรกรขายได้ไม่จูงใจ ทำให้มีการลดรอบปลูกข้าวนาปีจาก 2 รอบเหลือเพียงรอบเดียว และบางพื้นที่หันไปปลูกอ้อยโรงงานที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าและบางส่วนปรับเปลี่ยนไปเป็นที่อยู่อาศัย 

สำหรับผลผลิตต่อไร่คาดว่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากปริมาณน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูกและการเจริญเติบโตของต้นข้าว อีกทั้งปีนี้พื้นที่ส่วนใหญ่ ตันข้าวมีการแตกกอและเจริญเติบโตที่ดี แต่เพิ่มขึ้นขึ้นไม่มากเนื่องจากบางพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะแหล่งผลิตทางภาคเหนือ ทำให้น้ำท่วมขัง ผลผลิตเสียหาย ภาพรวมผลผลิตทั้งประเทศลดลงตามการลดลงของเนื้อที่เพาะปลูกและผลกระทบจากอุทกภัย

ข้อมูลจากสมาคมโรงสีข้าวไทย ระบุว่า ราคาข้าวเปลือกเจ้า ณ วันที่ 10 เม.ย.2569 ข้าวเปลือกเจ้า(อยุธยา)ตันละ 7,200-7,600 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลิ (68/69) (อุบลราชธานี) ตันละ 16,500-17,000 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบ วันที่ 1 เม.ย. 2569 

     ข้อมูลจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า ราคาส่งออกข้าวสาร(FOB)   วันที่ 8   เม.ย. 2569 เทียบ     1 เม.ย.2569 ข้าวสาร 5% ตันละ 423 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 384 ดอลลาร์ ข้าวหอมมะลิไทย (ชนิดพิเศษ 68/69) ตันละ 1,202 เพิ่มขึ้นจาก 1,180 ข้าวนึ่ง 100% ตันละ439 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 409 ดอลลาร์ 

โลกตุนสต็อกข้าว‘จีน-อิหร่าน-อินเดีย’นำ   ‘USDA’ชี้‘ไทย’ผลผลิตดีราคาพุ่ง2%