วันนี้ (20 เม.ย.) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวที่รัฐบาลจะมีการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงินหลายแสนล้านบาทเพื่อรองรับวิกฤตพลังงาน และรองรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลว่าเรื่องดังกล่าวยังไม่ได้มีการสั่งการมายังกระทรวงการคลังให้เตรียมการเรื่องนี้แต่อย่างใด และตนเองยังไม่ทราบเรื่องนี้แต่อย่างใด
ส่วนเรื่องการออกพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันการกู้เงินของกองทุนน้ำมัน วงเงิน 1.5 แสนล้านบาทนั้นเรื่องนี้กระทรวงพลังงานได้มีการเสนอมายังกระทรวงการคลังแล้ว แต่เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงมามากในช่วงนี้ จึงยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออก พ.ร.ก.ในส่วนนี้
“การบริหารในขณะนี้ต้องบริหารตามสถานการณ์ ตอนนั้นที่มีการเสนอให้กระทรวงการคลังช่วยค้ำประกันเงินกู้ของกองทุนน้ำมันเนื่องจากราคาน้ำมันลงในตลาดโลกราคาสูงมาก แต่ตอนนี้ราคาน้ำมันลงมาค่อนข้างมากแล้ว จึงยังไม่ต้องมีการค้ำประกันการกู้เงินในส่วนนี้”นายลวรณ กล่าว
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้เสนอเรื่องการขอค้ำประกันเงินกู้ของกองทุนน้ำมันวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ให้กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว ซึ่งต้องรอดูว่ากระทรวงการคลังจะนำเรื่องนี้เสนอเข้า ครม.เมื่อไหร่
โดยหากเมื่อมีการดำเนินการแล้ว พ.ร.ก.ฉบับนี้จะเข้ามาช่วยในการบริหารสถานการณ์ราคาน้ำมันได้ดีขึ้นเนื่องจากขณะนี้กองทุนน้ำมันมีตัวเลขติดลบสะสมจากการเข้าไปช่วยอุ้มราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาแล้วกว่า 6 หมื่นล้านบาท
นอกจากนั้นในขณะนี้สถานะของกองทุนน้ำมันก็ยังมีสถานะติดลบกว่าวันละ 180 ล้านบาท จากการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลซึ่งยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าระดับปกติ
“หากสถานะกองทุนน้ำมันฯยังติดลบ มีเงินไหลออกทุกวัน การกู้เงินของกองทุนเพื่อบริหารสภาพคล่องถือว่ามีความจำเป็น หากกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้ ก็จะสามารถดำเนินการกู้เงินมาเสริมสภาพคล่องในการบริหารกองทุนน้ำมันได้ทันที”รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าว





