วันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2569

Login
Login

รัฐจ่อออก พ.ร.ก.กู้เงินแสนล้าน รื้องบปี 69 ขยับเพดานหนี้ 75% ตุนกระสุนสู้วิกฤติ

รัฐจ่อออก พ.ร.ก.กู้เงินแสนล้าน รื้องบปี 69 ขยับเพดานหนี้ 75% ตุนกระสุนสู้วิกฤติ

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้พิจารณาปรับแผนการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ครั้งใหญ่

เพื่อเตรียมหน้าตักไว้รับแรงกระแทกจากวิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่บานปลายจนนำไปสู่วิกฤติพลังงาน และการคลัง หรือที่รัฐบาลประเมินว่าเป็นภาวะวิกฤติซ้อนวิกฤติ โดยเตรียมผลักดันโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ช่วยเหลือค่าครองชีพ อุดหนุนราคาพลังงาน ตลอดจนสานต่อโครงการคนละครึ่งพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางข้อจำกัดสำคัญเรื่อง งบประมาณ และเพดานการก่อหนี้สาธารณะ เนื่องจากรัฐบาลเหลือวงเงินงบกลางเพียง 2.5 หมื่นล้านบาท และมีเพดานกู้เงินเหลืออีกเพียง 7 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งประเมินแล้วว่าไม่เพียงพอต่อการรับมือกับภาระรายจ่ายก้อนโต โดยเฉพาะการเตรียมวงเงินค้ำประกันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงถึง 1.5 แสนล้านบาท รวมถึงเม็ดเงินอัดฉีดโครงการเร่งด่วนต่างๆ อีกหลายหมื่นล้านบาท ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องงัดเครื่องมือทางการคลังหลายรูปแบบมาผสมผสานกัน

ดังนั้น แนวทางเบื้องต้นที่นายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งดำเนินการเป็นอันดับแรก คือ การจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายปี 2569 โดยจะดึงเม็ดเงินจากโครงการที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันไม่ทัน โอนกลับเข้ามาเติมในงบกลางซึ่งคาดว่าจะได้เม็ดเงินหลายหมื่นล้านบาท ควบคู่ไปกับการดึงเงินทุนสำรองจ่ายตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 อีกวงเงิน 50,000 ล้านบาท มาใช้ประคองสถานการณ์ 

อย่างไรก็ตาม หากเม็ดเงินรวมกันแล้วยังไม่เพียงพอ รัฐบาลเตรียมพิจารณาไพ่ใบสุดท้ายคือ การออกพระราชกำหนดกู้เงิน หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน ในลักษณะเดียวกับช่วงวิกฤติโควิด แต่วงเงินจะลดหลั่นลงมาอยู่ในระดับหลักแสนล้านบาท โดยไม่สูงถึง 1 ล้านล้านบาทเหมือนในอดีต

พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการทลายข้อจำกัดในการก่อหนี้ รัฐบาลเตรียมพิจารณาขยายกรอบเพดานหนี้สาธารณะควบคู่กันไปด้วย จากข้อมูล ณ เดือนก.พ.2569 ประเทศไทยมียอดหนี้สาธารณะอยู่ที่ 12.59 ล้านล้านบาท คิดเป็น 66% ของจีดีพี ซึ่งขยับเข้าใกล้เพดานที่กำหนดไว้ 70% ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการพิจารณาขยายเพดานหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็น 75% เพื่อเปิดช่องว่างให้รัฐบาลสามารถกู้เงินเพิ่มได้อีกเกือบ 1 ล้านล้านบาท เพื่อใช้เป็นกันชนทางเศรษฐกิจ

เรื่องนี้สอดรับกับท่าทีของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ออกมาระบุชัดเจนว่า กระทรวงการคลัง กำลังพิจารณาเรื่องการปรับเพดานหนี้สาธารณะ เนื่องจากเมื่อเทียบกับหลายประเทศแล้ว สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า

อย่างไรก็ตาม การขยายเพดานหนี้จะต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจนต่อสาธารณชนว่าจะนำเม็ดเงินไปใช้ทำอะไรบ้าง และต้องคำนึงถึงวินัยทางการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด

โดยล่าสุดนายเอกนิติ ได้นำประเด็นการขยายเพดานหนี้เข้าหารือนอกรอบกับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างๆ ในระหว่างการเข้าร่วมประชุมธนาคารโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและชี้แจงถึงความจำเป็นในการเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤติโลกในครั้งนี้

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์