วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน 2569

Login
Login

วิกฤติพลังงานปะทุ สงครามยืดเยื้อ ดันราคาน้ำมันพุ่ง

วิกฤติพลังงานปะทุ สงครามยืดเยื้อ ดันราคาน้ำมันพุ่ง

สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ยังคงต้องจับตา โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ยังคงยืดเยื้อ ทำให้การขนส่งน้ำมันดิบหยุดชะงัก ในขณะที่กลุ่ม OPEC+ มีมติเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบ และ IEA ที่ได้ประกาศปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อบรรเทาภาวะอุปทานขาดแคล

สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ในเดือน มี.ค. 2569 ราคาน้ำมันดิบ Brent เคลื่อนไหวในกรอบ 77–112 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่ น้ำมันดิบWTI อยู่ที่ 71-102 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และ Dubai เคลื่อนไหวในกรอบสูงถึง 80-169 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากภาวะสงครามที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

ในขณะที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และอิหร่านยังคงยืดเยื้อ และมีแนวโน้มทวีความรุนแรง โดยสหรัฐขู่อิหร่านว่า จะปิดล้อมเกาะ Kharg (อ่านว่า คาร์ก) ซึ่งเป็นเกาะที่อิหร่านใช้ส่งออกน้ำมันมากกว่า 90% รวมถึงมีการโจมตีสะพานข้ามเมืองระหว่างกรุงเตหะรานและเมือง Karaj ในอิหร่าน ทางด้านอิหร่านใช้โดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและน้ำในคูเวตหลายแห่ง ปัจจุบันช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดให้เรือทุกลำผ่านได้ ยกเว้นเรือที่เชื่อมโยงกับศัตรูของอิหร่าน โดยต้องมีการประสานด้านความปลอดภัยล่วงหน้า

จากสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ ตลาดน้ำมันโลก เผชิญแรงกดดันหนัก สหรัฐ จึงประกาศยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรชั่วคราวเป็นเวลา 30 วัน ให้กับน้ำมันดิบของรัสเซียที่ลอยลำอยู่กลางทะเล และน้ำมันดิบของอิหร่าน เพื่อให้ทั้งสองประเทศสามารถระบายน้ำมันที่เก็บสำรองในเรือลอยลำกลางทะเลออกสู่ตลาดได้ 

ขณะเดียวกัน IEA ได้ประกาศ ปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ปริมาณรวม 400 ล้านบาร์เรล และเริ่มระบาย SPR ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. 69 เพื่อบรรเทาภาวะอุปทานขาดแคลนจากสถานการณ์ความขัดแย้ง  

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการ IEA กล่าวว่า กำลังเตรียมความพร้อมระบายน้ำมันจาก SPR เพิ่มเติม หากมีความจำเป็น โดยปัจจุบัน IEA มีปริมาณน้ำมันสำรองอยู่ราว 1,200 ล้านบาร์เรล กลุ่ม OPEC+ มีมติเพิ่มการผลิต น้ำมันดิบ ในเดือนพฤษภาคม 2569 อีก 206,000 บาร์เรลต่อวัน (เดือนเมษายน 2569 เพิ่มการผลิตที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน) อย่างไรก็ดี ประเทศสมาชิกในตะวันออกกลางอาจไม่สามารถเพิ่มการผลิตตามข้อตกลงได้จากสงครามในตะวันออกกลาง ด้านอิรักได้กลับมาส่งออกน้ำมัน ผ่านท่อส่ง Kirkuk–Ceyhan อีกครั้ง โดยสามารถขนส่งน้ำมันผ่านท่าเรือ Ceyhan ในประเทศตุรกี ออกสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เริ่มต้นที่ระดับประมาณ 250,000 บาร์เรลต่อวัน

อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบอิรักได้ปรับลดลงราว 70% เหลืออยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจาก การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ไม่สามารถส่งออกน้ำมันผ่านเส้นทางหลักดังกล่าวได้ นอกจากนี้ กรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) มีมติ 11:1 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.5-3.75% ตามคาดการณ์ของตลาด ซึ่งนับเป็นการคงดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ของปีนี้ โดยมี Stephen Miran ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากทรัมป์เป็นผู้คัดค้านเพียงคนเดียว