วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน 2569

Login
Login

กรมการค้าภายใน ไฟเขียว ส่งออกน้ำมันปาล์มเดือนเม.ย. 102,000 ตัน

กรมการค้าภายใน ไฟเขียว ส่งออกน้ำมันปาล์มเดือนเม.ย. 102,000 ตัน

กรมการค้าภายใน  เผย เดือน เม.ย. อนุญาตส่งออกน้ำมันปาล์ม 102,000 ตัน หลังประเมินปริมาณในประเทศยังเพียงพอใช้ ดูแลเกษตรกรและรักษาสมดุลตลาดในประเทศพร้อมคุมเข้มโรงงานสกัด ลานเทการรับซื้อผลปาล์มน้ำมัน เป็นธรรม

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า  การประชุมคณะอนุกรรมการบริหารสมดุลน้ำมันปาล์มเดือนเม.ย.เพื่อกำหนดการส่งออกปาล์มน้ำมันตามปริมาณที่กำหนดไว้ 200,000 ตัน

โดยมีส่วนที่บริโภคภายในประเทศ 125,000 ตัน และการใช้ในภาคพลังงาน (B7 และ B20) อีกประมาณ 120,000-140,000 ตัน จากปกติเคยใช้ 70,000 ตัน ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณผลผลิตในช่วงฤดูกาล โดยกรมดำเนินการควบคู่กันอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนหรือกระทบต่อราคาภายในประเทศ

โดยในเดือนเม.ย. มีผู้ส่งออกยื่นขออนุญาตส่งออกน้ำมันปาล์ม ประมาณ 102,000 ตัน โดยกรมพิจารณาอนุญาตให้มีการส่งออกทั้งหมด เนื่องจากปริมาณอยู่ในกรอบที่กำหนด และยังสามารถอนุญาตเพิ่มเติมได้ภายใต้กรอบ โดยกรมจะคำนึงถึงความสอดคล้องกับสถานการณ์สต็อกและความต้องการใช้ในประเทศด้วย

ส่วนเดือนพ.ค. 2569 กรมจะนำแผนการใช้พลังงาน B7 B20 และแผนการส่งออกน้ำมันปาล์มจากผู้ส่งออก เข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการบริหารสมดุลน้ำมันปาล์ม ซึ่งมีกำหนดประชุมในวันที่ 21 เม.ย.นี้ โดยขอความร่วมมือผู้ส่งออกจัดทำแผนการส่งออกล่วงหน้า เพื่อให้มีข้อมูลประกอบการพิจารณา และสามารถบริหารจัดการให้เกิดความเหมาะสมและสมดุลมากที่สุดในทุกภาคส่วน

การบริหารจัดการน้ำมันปาล์มของประเทศ ยึดหลักการบริหารสมดุลทั้งระบบ เพื่อให้ปริมาณน้ำมันปาล์มเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ ควบคู่กับการดูแลเสถียรภาพราคาและรายได้ของเกษตรกร”นายวิทยากร กล่าว

นายวิทยากร กล่าวว่า กรมให้ความสำคัญกับพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมาก โดยแม้ว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แต่กรมยังคงดูแลให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศอยู่ในระดับประมาณ 40 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด

สำหรับราคาผลปาล์มน้ำมัน ณ วันที่ 16 เม.ย. 2569 อยู่ที่ 6.80–7.50 บาทต่อกิโลกรัม เฉลี่ย 7.15 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เฉลี่ย 5.70 บาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 25% ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) อยู่ที่ 40.00–40.25 บาทต่อกิโลกรัม เฉลี่ย 40.13 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เฉลี่ย 33.75 บาท หรือเพิ่มขึ้นราว 19% ซึ่งเป็นผลจากการดูดซับเข้าสู่ภาคพลังงานเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน กรมได้กำชับให้มีการกำกับดูแลการรับซื้อผลปาล์มอย่างเข้มงวด ทั้งในส่วนของโรงงานสกัดและลานเท โดยเน้นการสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกร ทั้งการปิดป้ายแสดงราคารับซื้ออย่างชัดเจน การตรวจสอบความเที่ยงตรงของเครื่องชั่งน้ำหนัก เพื่อป้องกันการเอาเปรียบ