วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน 2569

Login
Login

เกษตรไทยสู้โลกร้อน ปูทางสู่ 'Technical Review OECD 2569'

เกษตรไทยสู้โลกร้อน ปูทางสู่ 'Technical Review OECD 2569'

สศก. โชว์วิสัยทัศน์ Climate Change บนเวทีสากล หนุนไทยสู่ Technical Review ของ OECD ปี 2569 มุ่งยกระดับมาตรฐานนโยบายเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างความยั่งยืน

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าของประเทศไทยในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) ว่า

เกษตรไทยสู้โลกร้อน ปูทางสู่ 'Technical Review OECD 2569'

ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินทางเทคนิค (Technical Review) ในปี 2569 ภายหลังนายกรัฐมนตรีได้ส่งมอบบันทึกเบื้องต้น (Initial Memorandum: IM) ของประเทศไทย ให้แก่รองเลขาธิการ OECD อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ซึ่งถือเป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนที่ 5 ของกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดย สศก. ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักของคณะกรรมการด้านการเกษตร (Committee for Agriculture: COAG) ภายใต้ OECD ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร

 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 8–10 เมษายน 2569 เลขาธิการ สศก. ได้มอบหมาย ดร.กาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการ สศก. ในฐานะ Head of Mission ภายใต้คณะกรรมการด้านการเกษตร (COAG) ของ OECD ให้เข้าร่วมเป็นวิทยากรและเข้าร่วมการประชุม Agricultural Policy in Southeast Asia ภายใต้กรอบ OECD ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งจัดโดย The Agricultural Incentives Consortium เครือข่ายความร่วมมือระหว่าง 5 องค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่

เกษตรไทยสู้โลกร้อน ปูทางสู่ 'Technical Review OECD 2569'

ธนาคารโลก (World Bank) สถาบันวิจัยนโยบายอาหารระหว่างประเทศ (IFPRI) องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างอเมริกา (IDB) และ OECD เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อมูลเชิงประจักษ์ และแนวทางนวัตกรรมในการติดตามและประเมินนโยบายภาคเกษตร ตลอดจนหารือเกี่ยวกับแนวโน้มและความท้าทายด้านนโยบายภาคเกษตรของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ในการประชุมดังกล่าว ฝ่ายไทยได้ร่วมอภิปรายในประเด็นแนวทางเชิงนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยนำเสนอภาพรวมเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศไทย ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อภาคเกษตร มาตรการและแนวทางที่ภาครัฐนำมาใช้ในการบริหารจัดการปัญหา รวมถึงผลสัมฤทธิ์และผลตอบรับที่เกิดขึ้น ตลอดจนความท้าทายและความต้องการการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสะท้อนความมุ่งมั่นของไทยในฐานะประเทศผู้สมัครที่อยู่ในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD (Accession Candidate Country) และเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญและองค์กรระหว่างประเทศ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาภาคเกษตรของไทยในระยะต่อไป

เกษตรไทยสู้โลกร้อน ปูทางสู่ 'Technical Review OECD 2569'

สำหรับการดำเนินงานของ สศก. ภายใต้คณะกรรมการด้านการเกษตร (COAG) นั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีคำสั่งที่ 681/2568 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานการดำเนินการของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายใต้คณะกรรมการด้านการเกษตร (COAG) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินการของไทยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ผ่านมา สศก. ได้เข้าร่วมการประชุมภายใต้กรอบ COAG ของ OECD มากกว่า 25 การประชุม ในช่วงปี 2567–2568 ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ นโยบายการเกษตรและตลาด การวัดรอยเท้าคาร์บอน ความมั่นคงทางอาหาร ปัญหาการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร ตลอดจนประเด็นด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม

"การเข้าเป็นสมาชิก OECD จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในหลายมิติ ทั้งด้านการปรับมาตรฐานเชิงนโยบายและแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตร การเข้าถึงฐานข้อมูลเศรษฐกิจโลกที่สำคัญ ตลอดจนการได้รับคำปรึกษาและความช่วยเหลือทางวิชาการจาก OECD "

อย่างไรก็ตาม การเข้าเป็นภาคีตราสารทางกฎหมายบางฉบับอาจส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่สูงขึ้นในบางสาขา แต่ประเทศไทยยังสามารถจัดทำข้อสงวนในบางกิจการ รวมถึงเจรจาขอจัดทำข้อสงวนอื่น ๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อยู่ระหว่างจัดทำแผนยุทธศาสตร์การสื่อสารการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้เป็นแนวทางในการสร้างความตระหนักรู้ แก่ภาคส่วนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป