วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน 2569

Login
Login

'เอกนิติ' ชี้ศก.ไทยแกร่ง แนะต่างชาติ 'ถอดบทเรียน' รับ 'วิกฤติพลังงาน' แบบไทย

'เอกนิติ' ชี้ศก.ไทยแกร่ง  แนะต่างชาติ 'ถอดบทเรียน' รับ 'วิกฤติพลังงาน' แบบไทย

บนเวทีดีเบตระดับโลกในหัว “Debate on the Global Economy” ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน IMF – WBG Spring Meeting 2026 ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของไทย ได้ร่วมพูดคุยกับผู้นำเศรษฐกิจและผู้เชี่ยวชาญระดับโลกวันนี้ (17 เม.ย.) เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะต่อวิกฤตพลังงานและทิศทางเศรษฐกิจโลก

ผู้ร่วมการดีเบตประกอบด้วย คริสตาลินา กอร์เกียวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โมฮัมเหม็ด อัล-จาดาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซาอุดีอาระเบีย, ฟรองซัวส์ วิลเลอรัว เดอ กัลโฮ ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส พร้อมด้วย มาร์ตินา ชุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร S&P Global และ ศาสตราจารย์อิชวาร์ ปราสาท จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์

'เอกนิติ' ชี้ศก.ไทยแกร่ง  แนะต่างชาติ 'ถอดบทเรียน' รับ 'วิกฤติพลังงาน' แบบไทย

ยอมรับไทยอ่วมวิกฤตพลังงาน แต่พื้นฐานยังแกร่ง 

นายเอกนิติ ระบุว่าประเทศไทยในฐานะผู้นำเข้าพลังงานสุทธิกำลังเผชิญกับผลกระทบที่รุนแรง โดยเฉพาะในระยะสั้นที่ราคาพลังงานพุ่งสูงส่งผลต่อต้นทุนการขนส่งและค่าครองชีพ จนนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ นอกจากนี้ยังเผชิญกับภาวะ "Supply Shocks" จากการขาดแคลนสินค้าต้นน้ำ เช่น ปุ๋ย และแนฟทา (Naphtha) ซึ่งกระทบต่อภาคเกษตรและอุตสาหกรรมพลาสติกของไทยอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติ กล่าวว่า "เศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคที่แข็งแกร่ง" โดยชี้ให้เห็นว่าดุลการชำระเงินของไทยยังคงอยู่ในระดับที่ดีมาก และมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่า 2.5 เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น หรือเทียบเท่ากับการนำเข้าได้นานถึง 10 เดือน

'เอกนิติ' ชี้ศก.ไทยแกร่ง  แนะต่างชาติ 'ถอดบทเรียน' รับ 'วิกฤติพลังงาน' แบบไทย

ชูนโยบาย "Targeted" ต้นแบบการช่วยเหลือแบบตรงจุด 

ประเด็นที่น่าสนใจและได้รับความชื่นชมจากที่ประชุม คือการทำนโยบายช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจง (Targeted Policy) โดยนายเอกนิติเสนอหลักการ "4T" ต่อบรรดาผู้นำและประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ โดยมาตรการดังกล่าวเริ่มต้นด้วย Targeted subsidies หรือการให้เงินอุดหนุนที่มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เปราะบาง แทนการอุดหนุนแบบหว่านแห เนื่องจากไทยรวมทั้งอีกหลายประเทศมีพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal space) ที่จำกัด

“เราจำเป็นต้องตั้งเป้าหมายเพื่อสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง เราไม่สามารถให้ความช่วยเหลือแบบหว่านแห (Broad-based) ได้ เราต้องเจาะจงกลุ่มเป้าหมายเพราะเรามีพื้นที่ทางการคลังที่จำกัด” นายเอกนิติกล่าว

แนวทางนี้ ศาสตราจารย์อิชวาร์ ปราสาท ได้หยิบยกขึ้นมากล่าวในช่วงหนึ่งของการดีเบตว่าเป็นแบบอย่างการรับมือกับวิกฤตที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระตุ้นอุปสงค์จนเกินไปและไม่ส่งผลเสียต่อกลไกตลาดในระยะยาว

'เอกนิติ' ชี้ศก.ไทยแกร่ง  แนะต่างชาติ 'ถอดบทเรียน' รับ 'วิกฤติพลังงาน' แบบไทย

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส สู่เศรษฐกิจสีเขียว 

นายเอกนิติ ยังได้เผยถึงวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทย โดยจะใช้โอกาสจากวิกฤตราคาน้ำมันแพงนี้เร่งผลักดันวาระ "พลังงานหมุนเวียน" (Renewable Energy) อย่างเต็มที่ เนื่องจากบทเรียนในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าไทยพึ่งพาพลังงานฟอสซิลมากเกินไป

แผนงานสำคัญคือการส่งเสริมการลงทุนในโซลาร์ฟาร์ม และมาตรการจูงใจให้ครัวเรือนติดตั้ง "โซลาร์รูฟท็อป" เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้า พร้อมทั้งปรับปรุงกฎระเบียบให้ภาคประชาชนสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนสู่ระบบได้ เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Economic Security) ให้กับประเทศในระยะยาวท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก