“เอกนิติ” หารือทวิภาคีประธานยูโรกรุ๊ป ยกระดับความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ดึงเม็ดเงินลงทุนยุโรปเจาะกลุ่มพลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมขั้นสูง พร้อมเทียบเชิญขุนคลังอียูร่วมเวทีประชุมใหญ่ IMF และ World Bank ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ต.ค. นี้
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินหน้ายกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง บนเวทีการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ประจำปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา
โดยเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2569 ได้เข้าร่วมการหารือทวิภาคีกับนายคีเรียคอส ปิเอร์ราคากิส ประธานยูโรกรุ๊ป (EuroGroup) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังแห่งสาธารณรัฐเฮลเลนิก (กรีซ) เพื่อประเมินทิศทางสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ตลอดจนวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภูมิภาคยุโรปและประเทศไทย
ทั้งนี้ แกนหลักของการหารือในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุความเห็นพ้องในการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหภาพยุโรป (EU) ให้มีความลึกซึ้งและเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อรับมือกับความท้าทายของโลกยุคใหม่ เป้าหมายสำคัญคือการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะต้องขับเคลื่อนควบคู่ไปกับการดำเนินนโยบายทางการคลังอย่างมีวินัย เพื่อสร้างเสถียรภาพและภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจในระยะยาว
นอกจากนี้ ไทยและสหภาพยุโรปยังมองเห็นโอกาสและศักยภาพร่วมกันในการขยายช่องทางการลงทุน โดยไทยมุ่งเป้าที่จะส่งเสริมการเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนจากยุโรปให้เข้ามามีบทบาทในเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่สาขาพลังงานสะอาด อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เศรษฐกิจดิจิทัล ไปจนถึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเม็ดเงินลงทุนเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการต่อยอดโอกาสการเติบโตใหม่ของไทย และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนและครอบคลุมทุกมิติ
ในช่วงท้ายของการหารือ นายเอกนิติ ได้ใช้เวทีระดับโลกนี้กล่าวเชิญชวนประธานยูโรกรุ๊ปและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรป ให้เดินทางมาร่วมการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งประเทศไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งประวัติศาสตร์นี้ในเดือน ต.ค. ที่จะถึงนี้





