วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน 2569

Login
Login

ไทยเตรียมเจ้าภาพประชุม ต.ค.นี้ "เอกนิติ" กางวิชั่นรับมือเศรษฐกิจผันผวน

ไทยเตรียมเจ้าภาพประชุม ต.ค.นี้ "เอกนิติ" กางวิชั่นรับมือเศรษฐกิจผันผวน

ไทยประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสภาผู้ว่าการไอเอ็มเอฟและธนาคารโลกในเดือน ต.ค. นี้ มุ่งสานพลังความร่วมมือฝ่าวิกฤติโลกแตกแยก "เอกนิติ" นำทีมเศรษฐกิจขึ้นเวทีใหญ่ที่สหรัฐฯ โชว์วิสัยทัศน์รับมือความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ งัดยุทธศาสตร์ยกระดับการลงทุนและนโยบาย 4T ขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจสีเขียว

วันที่ 15 เม.ย.2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีสัมมนา IMF Governor Talks ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ประจำปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา โดยเน้นย้ำถึงทิศทางเศรษฐกิจโลกและบทบาทสำคัญของภูมิภาคเอเชียรวมถึงไทย ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรง

นายเอกนิติ ได้ประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการรับไม้ต่อเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 (IMF–World Bank Annual Meetings) ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ กรุงเทพมหานคร ในเดือน ต.ค. ที่จะถึงนี้

โดยกระทรวงการคลังเตรียมขับเคลื่อนวาระการประชุมภายใต้แนวคิด "Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience" เพื่อเปิดมิติใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ มุ่งเน้นการสร้างโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล ตลอดจนการผลักดันบทบาทของอาเซียนให้เป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจโลก

นายเอกนิติ ยอมรับว่า เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะระดับการลงทุนที่ยังต่ำกว่าศักยภาพ รัฐบาลจึงได้วางหมุดหมายให้การยกระดับการลงทุนเป็นแกนกลางของยุทธศาสตร์ชาติ ผ่านการเร่งฉีดเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาทุนมนุษย์และการกิโยตินกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค เพื่ออัปเกรดผลิตภาพของประเทศ

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้กางแผนรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ผ่านกรอบนโยบาย "4T" ซึ่งประกอบด้วย Target หรือการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า Transition การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด Transformation การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และ Together การดึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยจะเดินหน้าเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน อาทิ ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ และส่งเสริมกลไกการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง เพื่อรองรับการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียน

สำหรับทิศทางการคลังในระยะต่อไป รัฐบาลจะเปลี่ยนผ่านจากการหว่านงบประมาณช่วยเหลือแบบวงกว้าง มาเป็นการดำเนินนโยบายแบบพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่มที่เปราะบาง พร้อมกับนำเม็ดเงินไปอัดฉีดในเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและความสามารถในการแข่งขันระยะยาว โดยนายเอกนิติได้กล่าวทิ้งท้ายบนเวทีสัมมนาว่า ท่ามกลางบริบทของโลกที่มีความแตกแยก ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย มีศักยภาพเพียงพอที่จะก้าวขึ้นเป็นแรงยึดเหนี่ยวสำคัญเพื่อประคองเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโลกได้อย่างยั่งยืน