วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน 2569

Login
Login

“ศุภจี”รับแรงกดดันรอบด้าน พร้อมปรับทัพดึงกูรูเศรษฐกิจ สู้วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์

“ศุภจี”รับแรงกดดันรอบด้าน พร้อมปรับทัพดึงกูรูเศรษฐกิจ สู้วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์

"ศุภจี" เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงในวันเข้ารับตำแหน่งรองนายกฯ-รมว.พาณิชย์  พร้อมประกาศภารกิจเร่งด่วนคุมค่าครองชีพประชาชน รับ ประชาชนเตรียมรับสินค้าแพง พร้อมดูแลปุ๋ยไม่ให้ขาดตลาด  ตรึงราคาสินค้าควบคุม และเร่งช่วยผู้ประกอบการ SME ผ่านช่องทางออนไลน์ทั่วประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนพลังงานโลกที่พุ่งสูง พร้อมปรับทัพพาณิชย์ใหม่ รับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพาณิชย์ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งในรัฐบาล “อนุทิน 2” ว่า ภารกิจเร่งด่วนของกระทรวงคือ การดูแลค่าครองชีพประชาชนไม่ให้สูงเกินไป พร้อมกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดให้ทั่วถึงขณะนี้กระทรวงเดินหน้า โครงการไทยช่วยไทย ส่งมอบสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดครบทั้ง 77 จังหวัด

ในระยะถัดไปจะร่วมมือกับผู้ประกอบการ SME เปิดขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ทั่วประเทศ โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนการลงทะเบียน เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนและขยายตลาดให้ผู้ประกอบการรายย่อย  คาดว่าจะมีผู้ประกอบการ SME ทยอยเข้าระบบกว่า 2,000 ราย โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเข้ามาช่วย ฝึกทักษะการสร้างแบรนด์ การตลาด และการค้าผ่านออนไลน์ ควบคู่กับการสนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กในพื้นที่ห่างไกล ผ่านการกระจายสินค้าราคาพิเศษลงสู่ชุมชน

สำหรับสถานการณ์ราคาปุ๋ย ต้องพิจารณาทั้ง มิติด้านราคาและความเพียงพอของสินค้า โดยยืนยันว่า ปัจจุบันปุ๋ยยังเป็น สินค้าควบคุม และยังไม่มีการอนุญาตให้ปรับขึ้นราคา โดยกรมการค้าภายในประเมินว่า ปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ เพียงพอใช้ถึงกลางเดือนพ.ค. แต่ปุ๋ยล็อตใหม่ที่เตรียมนำเข้าจาก มาเลเซียและบรูไน มีต้นทุนสูงขึ้น จึงอาจจำเป็นต้องพิจารณาโครงสร้างราคาใหม่ ส่วนปุ๋ยจากตะวันออกกลางยังประสบปัญหานำเข้าไม่ได้ หลังเรือสินค้าจำนวน 5 ลำ ยังไม่สามารถเดินทางผ่านเส้นทางเดิมได้ ทำให้ไทยต้องเร่งหาแหล่งนำเข้าจากประเทศอื่นมาทดแทนเพื่อลดความเสี่ยงขาดแคลน

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางเจรจาจัดซื้อปุ๋ยจากรัสเซียเพิ่มเติม เพื่อเสริมปริมาณในประเทศ โดยกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาการปรับราคาตาม ต้นทุนวัตถุดิบใหม่อย่างสมเหตุสมผล และเตรียมมาตรการรองรับ เช่น โครงการธงฟ้าธงเขียว เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนให้เกษตรกร

ในส่วนของสินค้าที่ยื่นขอปรับราคา เช่น น้ำมันปาล์ม แชมพู และสบู่ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และยังไม่มีการอนุญาตให้ปรับขึ้นราคาเฉพาะน้ำมันปาล์มมีผู้ประกอบการ 4 ราย ยื่นขอปรับราคา โดยกระทรวงเตรียมเรียกหารือเพื่อขอความร่วมมือให้ ทยอยปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และไม่ให้เกิดภาวะสินค้าขาดตลาด ขณะที่แชมพูและสบู่ยังอยู่ระหว่างขอข้อมูลต้นทุนเพิ่มเติม ซึ่งตามขั้นตอนจะใช้เวลาพิจารณาภายใน 15 วัน

“ประชาชนอาจเริ่มต้องเผชิญกับ ราคาสินค้าที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าควบคุมในกลุ่มปาล์มน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ได้รับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและราคาพลังงานโลก แต่กระทรวงจะดูแลเต็มที่ ขณะที่เงินเฟ้อ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเดือนเม.ย. คาดว่า ผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น จะส่งผลทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น “นางศุภจี กล่าว

นางศุภจี กล่าวว่า เพื่อรับมือสถานการณ์ ได้มีการปรับทัพการทำงานภายในกระทรวงพาณิชย์ใหม่ ขณะนี้ได้เตรียมทีมที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเพิ่มเติม อย่างที่เรียนว่าศึกหนักที่เจอคือเรื่องราคาสินค้าและค่าครองชีพ โดยต้องมีการปรับทีมและช่วยเสริมทัพ โดยให้ผู้ตรวจราชการเข้ามาช่วยงาน กรมการค้าภายใน ซึ่งการทำงานของรัฐบาลชุดนี้จะใช้การบริหารแบบคัสเตอร์ ดูแลตั้งแต่กระบวนการผลิตการค้าและการบริการ ในการประสานความร่วมมือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชน

ขณะที่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ขณะนี้ประเทศต่างๆก็ต้องปรับตัว ค่าขนส่งแพงขึ้น และมีการปรับเปลี่ยนระเบียบโลกมากมาย จึงต้องมีทีมที่ปรึกษาที่เข้มแข็ง นอกจากทีมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะต้องมี sim นักเศรษฐศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น จีน อาเซียน อเมริกา และยุโรป เพื่อช่วยกันวางกลยุทธ์และตอบโจทย์ได้ตามสิ่งที่ต้องการ รวมถึงการทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีการ ปรับทีมทำงานภายในกระทรวงครั้งใหญ่ เพื่อรับมือโจทย์หนักเรื่องราคาสินค้า ค่าครองชีพ และความปั่นป่วนจากภูมิรัฐศาสตร์โลก

“เชื่อมั่นว่าทุกคนทำงานเต็มที่ แต่สภาวะที่เรากำลังเผชิญเป็นสภาวะที่วิกฤตซ้อนวิกฤต ทางวิกฤตเศรษฐกิจ ที่เราพยายามปรับโครงสร้างของประเทศ ขณะเดียวกันวิกฤตที่ซ้อนเข้ามา คือภูมิรัฐศาสตร์ ดังนั้นเราต้องปรับตัวมากขึ้น”

เมื่อถามว่ารู้สึกท้อแท้หรือไม่ที่ถูกโจมตีเรื่องปล่อยให้ราคาสินค้าขึ้นราคา นางศุภจี ระบุว่า ไม่ท้อแท้ แต่กลับเป็นแรงผลักดันให้ทำงานมากขึ้น ซึ่งตนเข้าใจว่าช่วงปลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยเริ่มดีขึ้นจากมาตรการควิกบิ๊กวิน ทำให้ประชาชนมีความหวังมากขึ้นแต่พอมาถึงไตรมาสแรกปีนี้กลับมีวิกฤตตะวันออกกลางความหวังคนก็ถูกกระทบจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ความกังวลก็อาจจะกลายเป็นความโกรธแต่ก็เข้าใจได้ และรัฐบาลจะพยายามดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค