วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน 2569

Login
Login

โรงไฟฟ้า ‘เอสเอ็มอาร์’ ติดหล่ม เอกชนเคว้งรอเคาะ ‘พีดีพี’ ฉบับใหม่

โรงไฟฟ้า ‘เอสเอ็มอาร์’ ติดหล่ม เอกชนเคว้งรอเคาะ ‘พีดีพี’ ฉบับใหม่

เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์แบบ Small Modular Reactors (SMR) เป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยให้ภาคการผลิตไฟฟ้าบรรลุแผนลดการปล่อย CO2 และเป็นโรงไฟฟ้าฐานเพื่อรักษาความมั่นคงพลังงาน

กระทรวงพลังงานจะบรรจุการผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์แบบ SMR ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) 2024 (2567) ที่เป็นแผนฉบับใหม่ที่ได้ปรับปรุงต่อจากแผน PDP 2561-2580 แต่การปรับปรุงยังไม่แล้วเสร็จแม้จะผ่านมาหลายรัฐบาล 

สำหรับ PDP ฉบับใหม่จะเป็นการวางกรอบยุทธศาสตร์พลังงานไฟฟ้าระยะยาว 25 ปี โดยจะพิจารณาถึงเทคโนโลยีระยะยาวเป็นหลัก รวมถึงปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นระยะสั้น เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนราคาพลังงานโลก

เมื่อปี 2567 มีข้อเสนอให้ SMR อยู่ในปลายแผน PDP ฉบับใหม่ ช่วงปี 2579-2580 ผลิตกําลังไฟฟ้าระดับตํ่ากว่า 300 เมกะวัตต์ มีลักษณะเป็นโมดูล (Module) ที่ผลิตและประกอบเบ็ดเสร็จจากโรงงานผู้ผลิต กำลังการผลิตรวมเบื้องต้น 600 เมกะวัตต์ อาจแบ่งเป็นโรงละ 300 เมกะวัตต์ แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุป 

ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) วางกรอบการจัดทำรายละเอียด PDP ฉบับใหม่เสร็จภายในเดือน พ.ค.2569 หลังจากขยายเวลามาหลายรอบ

ขณะที่ปี 2567-2568 ภาคเอกชนหลายรายเริ่มศึกษาการลงทุน SMR เช่น บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน), บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน), บริษัทราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน), บริษัท บ้านปูจำกัด (มหาชน)

ส่วนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เตรียมความพร้อมและศึกษาหลักเกณฑ์ที่ International Atomic Energy Agency (IAEA) กำหนดเพื่อให้ดำเนินการโรงไฟฟ้า SMR ได้ภายในปี 2580

จุดเด่นสำคัญของ SMR อยู่ที่การเป็นพลังงานสะอาดแบบมีเสถียรภาพ (Firm Power) ซึ่งผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง และต่างจากพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนตามสภาพอากาศ เช่น แสงอาทิตย์และลม

แนะรัฐบาล “กำหนดแผน” ให้ชัดเจน

ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า โรงไฟฟ้า SMR ได้พัฒนาด้านเทคโนโลยี ประสิทธิภาพและความปลอดภัยก้าวหน้าไปมาก 

ทั้งนี้ ร่างแผน PDP ฉบับใหม่ได้กำหนดให้สร้างโรงไฟฟ้า SMR ในปลายแผนจึงเป็นเรื่องดีที่ควรสนับสนุนและผลักดันให้เห็นผลจริง เพราะผลิตไฟได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“รัฐบาลควรกำหนดแผนงานที่ชัดเจนทั้งด้านการเข้าเป็นภาคีพิธีสารระหว่างประเทศเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ การออกกฎหมายและกฎระเบียบในด้านการกำกับดูแล มาตรการ และมาตรฐานความปลอดภัย การเตรียมความพร้อมที่จำเป็น การสร้างบุคลากร การกำหนดสถานที่ตั้ง และการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชน” ดร.พรายพล กล่าว

รวมทั้งหลายประเทศมีต้นแบบให้ศึกษามากพอสมควรทั้งต้นทุนและเทคโนโลยี โดย กฟผ.ศึกษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาพอสมควร จึงน่าจะเกิดขึ้นในไทยไม่ยาก เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่ปลอดภัยสูง ดังนั้น สิ่งสำคัญสุดที่จะให้เกิด คือ การให้ความรู้ประชาชนโดยเฉพาะความปลอดภัย วิธีการทำงาน เพื่อให้ประชาชนยอมรับ

นอกจากนี้ เทคโนโลยีนิวเคลียร์อีก 20-30 ปีข้างหน้า จะเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตของไทย แต่เทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่โลกมีความหวังสูงสุดเป็นเทคโนโลยีฟิวชั่น โดยหากเทียบนิวเคลียร์ปัจจุบันอาศัยการแตกตัวของอะตอมที่มีอันตรายเพราะยังมีกากเชื้อเพลิง จึงต้องบริหารจัดการว่าจะกำจัดกาก 

ขณะที่เทคโนโลยีอนาคตที่อยู่ระหว่างศึกษา คือ เทคโนโลยีการหลอมรวมตัวของอะตอมที่ให้ความร้อนเหมือนดวงอาทิตย์

ดังนั้น หากเอาชนะเทคโนโลยีดังกล่าวได้จะปลอดภัยขึ้นเพราะไม่มีกากเชื้อเพลิงจึงเป็นความหวังของโลก ซึ่งไทยต้องเกาะเทรนด์ให้ได้เพราะถ้ามีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR ได้ในอนาคต 20-50 ปีข้างหน้า จะมีการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ต่อได้

“ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การยอมรับของสังคม และการสร้างความเข้าใจต่อประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของเทคโนโลยี”

SMR ไพ่ใบใหม่ พลิกเกมพลังงานไทย

การที่ยักษ์พลังงานไทยทั้งรัฐและเอกชนเร่งศึกษาและลงทุนใน SMR สะท้อนให้เห็นว่าสมรภูมิพลังงานกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านต้นทุน ไปสู่การแข่งขันด้านความมั่นคง ความสะอาด และความยืดหยุ่น

ในบริบทที่ความต้องการไฟฟ้าจาก AI และ Data Center กำลังพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด ประเทศที่สามารถจัดหาพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพได้ จะเป็นผู้ได้เปรียบในการดึงดูดการลงทุน

ทั้งนี้ SMR จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่กำลังกลายเป็นยุทธศาสตร์ที่อาจกำหนดอนาคตพลังงานไทยในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือ ความชัดเจนของนโยบาย ความพร้อมของกฎหมาย และความเชื่อมั่นของสังคมที่จะต้องเดินไปพร้อมกันทุกมิติ

กฟผ.นำทีมผนึกพันธมิตรโลก

สำหรับ กฟผ.ในฐานะหน่วยงานหลักด้านระบบไฟฟ้าของประเทศ ได้รับมอบหมายจากกระทรวงพลังงานให้เป็นแกนกลางขับเคลื่อนโครงการ SMR ที่เริ่มศึกษาภายใต้ร่างแผน PDP ฉบับใหม่

ทั้งนี้ กฟผ.ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับ Korea Hydro & Nuclear Power (KHNP) จากเกาหลีใต้ เมื่อเดือน มิ.ย.2568 เพื่อศึกษาความเป็นไปได้โครงการ SMR รวมถึงการพัฒนาบุคลากรและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์

ขณะเดียวกันไทยลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านนิวเคลียร์เพื่อสันติ หรือ 123 Agreement กับ United States ซึ่งเป็นก้าวสำคัญเปิดทางสู่การเข้าถึงเทคโนโลยี วัสดุ และอุปกรณ์นิวเคลียร์จากสหรัฐ

อีกทั้ง ขณะนี้ กฟผ.กำลังศึกษาเทคโนโลยีจากหลายประเทศ ทั้งรุ่น i-SMR จากเกาหลีใต้ รวมถึงเทคโนโลยีจากจีนเพื่อคัดเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับไทย

กลุ่ม ปตท.เร่งเกมนวัตกรรมอนาคต

ขณะที่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC บริษัทลูกกลุ่ม ปตท.ศึกษาความเป็นไปได้เทคโนโลยี Gen IV SMR เป็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่น 4 ออกแบบให้ปลอดภัยเชิงรุก (Inherent Safety) และมีประสิทธิภาพสูงกว่าเทคโนโลยีรุ่นก่อน

เป้าหมายสำคัญของ GPSC เป็นการสร้างพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพเพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรมไฮเทคที่ต้องการไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และอุตสาหกรรมดิจิทัล

หากย้อนกลับดูร่างแผน PDP ฉบับใหม่พบว่าไทยมีเป้าหมายติดตั้ง SMR จำนวน 2 แห่ง รวมกำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ ภายในปี 2580 โดยมีแนวโน้มเลือกพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ เพราะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงและมีข้อจำกัดระบบสายส่ง รวมถึงมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงพลังงานบางช่วงเวลา แต่ต้องรอ PDP ประกาศใช้จึงจะเริ่มดำเนินการ

รวมทั้งการมีแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพอย่าง SMR จะลดความเสี่ยงดังกล่าว และเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงการลงทุนจากกลุ่มอุตสาหกรรม Data Center และ AI ที่ต้องการใช้พลังงานสะอาด