วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน 2569

Login
Login

โรงไฟฟ้า ‘เอสเอ็มอาร์’ ติดหล่ม เอกชนเคว้งรอเคาะ ‘พีดีพี’ ฉบับใหม่

เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์แบบ Small Modular Reactors (SMR) เป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยให้ภาคการผลิตไฟฟ้าบรรลุแผนลดการปล่อย CO2 และเป็นโรงไฟฟ้าฐานเพื่อรักษาความมั่นคงพลังงาน

กระทรวงพลังงานจะบรรจุการผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์แบบ SMR ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) 2024 (2567) ที่เป็นแผนฉบับใหม่ที่ได้ปรับปรุงต่อจากแผน PDP 2561-2580 แต่การปรับปรุงยังไม่แล้วเสร็จแม้จะผ่านมาหลายรัฐบาล 

ทั้งนี้ ในช่วง 4 ช่วงรัฐบาลล่าสุดมีการเปิดประชาพิจารณ์ต่อเนื่องแต่ยังประกาศแผน PDP ไม่ได้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประกอบด้วยนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ (รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์), นายพีระพันธ์ สาสีรัฐวิภาค (รัฐบาลนายเศรษฐา กับรัฐบาล น.ส.แพรทองธาร) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ (รัฐบาลอนุทิน 1) 

สำหรับ PDP ฉบับใหม่จะเป็นการวางกรอบยุทธศาสตร์พลังงานไฟฟ้าระยะยาว 25 ปี โดยจะพิจารณาถึงเทคโนโลยีระยะยาวเป็นหลัก รวมถึงปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นระยะสั้น เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนราคาพลังงานโลก

เมื่อปี 2567 มีข้อเสนอให้ SMR อยู่ในปลายแผน PDP ฉบับใหม่ ช่วงปี 2579-2580 ผลิตกําลังไฟฟ้าระดับตํ่ากว่า 300 เมกะวัตต์ มีลักษณะเป็นโมดูล (Module) ที่ผลิตและประกอบเบ็ดเสร็จจากโรงงานผู้ผลิต กำลังการผลิตรวมเบื้องต้น 600 เมกะวัตต์ อาจแบ่งเป็นโรงละ 300 เมกะวัตต์ แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุป 

ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) วางกรอบการจัดทำรายละเอียด PDP ฉบับใหม่เสร็จภายในเดือน พ.ค.2569 หลังจากขยายเวลามาหลายรอบ

ขณะที่ปี 2567-2568 ภาคเอกชนหลายรายเริ่มศึกษาการลงทุน SMR ซึ่งท้ายที่สุดต้องรอความชัดเจนจาก PDP เช่น 

  • บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน)
  • บริษัทราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท บ้านปูจำกัด (มหาชน)

ส่วนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เตรียมความพร้อมและศึกษาหลักเกณฑ์ที่ International Atomic Energy Agency (IAEA) กำหนดเพื่อให้ดำเนินการโรงไฟฟ้า SMR ได้ภายในปี 2580

จุดเด่นสำคัญของ SMR อยู่ที่การเป็นพลังงานสะอาดแบบมีเสถียรภาพ (Firm Power) ซึ่งผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง และต่างจากพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนตามสภาพอากาศ เช่น แสงอาทิตย์และลม

แนะรัฐบาล “กำหนดแผน” ให้ชัดเจน

ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า โรงไฟฟ้า SMR ได้พัฒนาด้านเทคโนโลยี ประสิทธิภาพและความปลอดภัยก้าวหน้าไปมาก 

ทั้งนี้ ร่างแผน PDP ฉบับใหม่ได้กำหนดให้สร้างโรงไฟฟ้า SMR ในปลายแผนจึงเป็นเรื่องดีที่ควรสนับสนุนและผลักดันให้เห็นผลจริง เพราะผลิตไฟได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“รัฐบาลควรกำหนดแผนงานที่ชัดเจนทั้งด้านการเข้าเป็นภาคีพิธีสารระหว่างประเทศเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ การออกกฎหมายและกฎระเบียบในด้านการกำกับดูแล มาตรการ และมาตรฐานความปลอดภัย การเตรียมความพร้อมที่จำเป็น การสร้างบุคลากร การกำหนดสถานที่ตั้ง และการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชน” ดร.พรายพล กล่าว

รวมทั้งหลายประเทศมีต้นแบบให้ศึกษามากพอสมควรทั้งต้นทุนและเทคโนโลยี โดย กฟผ.ศึกษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาพอสมควร จึงน่าจะเกิดขึ้นในไทยไม่ยาก เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่ปลอดภัยสูง ดังนั้น สิ่งสำคัญสุดที่จะให้เกิด คือ การให้ความรู้ประชาชนโดยเฉพาะความปลอดภัย วิธีการทำงาน เพื่อให้ประชาชนยอมรับ

นอกจากนี้ เทคโนโลยีนิวเคลียร์อีก 20-30 ปีข้างหน้า จะเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตของไทย แต่เทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่โลกมีความหวังสูงสุดเป็นเทคโนโลยีฟิวชั่น โดยหากเทียบนิวเคลียร์ปัจจุบันอาศัยการแตกตัวของอะตอมที่มีอันตรายเพราะยังมีกากเชื้อเพลิง จึงต้องบริหารจัดการว่าจะกำจัดกาก 

ขณะที่เทคโนโลยีอนาคตที่อยู่ระหว่างศึกษา คือ เทคโนโลยีการหลอมรวมตัวของอะตอมที่ให้ความร้อนเหมือนดวงอาทิตย์

ดังนั้น หากเอาชนะเทคโนโลยีดังกล่าวได้จะปลอดภัยขึ้นเพราะไม่มีกากเชื้อเพลิงจึงเป็นความหวังของโลก ซึ่งไทยต้องเกาะเทรนด์ให้ได้เพราะถ้ามีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR ได้ในอนาคต 20-50 ปีข้างหน้า จะมีการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ต่อได้

“ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การยอมรับของสังคม และการสร้างความเข้าใจต่อประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของเทคโนโลยี”

SMR ไพ่ใบใหม่ พลิกเกมพลังงานไทย

การที่ยักษ์พลังงานไทยทั้งรัฐและเอกชนเร่งศึกษาและลงทุนใน SMR สะท้อนให้เห็นว่าสมรภูมิพลังงานกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านต้นทุน ไปสู่การแข่งขันด้านความมั่นคง ความสะอาด และความยืดหยุ่น

ในบริบทที่ความต้องการไฟฟ้าจาก AI และ Data Center กำลังพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด ประเทศที่สามารถจัดหาพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพได้ จะเป็นผู้ได้เปรียบในการดึงดูดการลงทุน

ทั้งนี้ SMR จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่กำลังกลายเป็นยุทธศาสตร์ที่อาจกำหนดอนาคตพลังงานไทยในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือ ความชัดเจนของนโยบาย ความพร้อมของกฎหมาย และความเชื่อมั่นของสังคมที่จะต้องเดินไปพร้อมกันทุกมิติ

กฟผ.นำทีมผนึกพันธมิตรโลก

สำหรับ กฟผ.ในฐานะหน่วยงานหลักด้านระบบไฟฟ้าของประเทศ ได้รับมอบหมายจากกระทรวงพลังงานให้เป็นแกนกลางขับเคลื่อนโครงการ SMR ที่เริ่มศึกษาภายใต้ร่างแผน PDP ฉบับใหม่

ทั้งนี้ กฟผ.ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับ Korea Hydro & Nuclear Power (KHNP) จากเกาหลีใต้ เมื่อเดือน มิ.ย.2568 เพื่อศึกษาความเป็นไปได้โครงการ SMR รวมถึงการพัฒนาบุคลากรและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์

ขณะเดียวกันไทยลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านนิวเคลียร์เพื่อสันติ หรือ 123 Agreement กับ United States ซึ่งเป็นก้าวสำคัญเปิดทางสู่การเข้าถึงเทคโนโลยี วัสดุ และอุปกรณ์นิวเคลียร์จากสหรัฐ

อีกทั้ง ขณะนี้ กฟผ.กำลังศึกษาเทคโนโลยีจากหลายประเทศ ทั้งรุ่น i-SMR จากเกาหลีใต้ รวมถึงเทคโนโลยีจากจีนเพื่อคัดเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับไทย

กลุ่ม ปตท.เร่งเกมนวัตกรรมอนาคต

ขณะที่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC บริษัทลูกกลุ่ม ปตท.ศึกษาความเป็นไปได้เทคโนโลยี Gen IV SMR เป็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่น 4 ออกแบบให้ปลอดภัยเชิงรุก (Inherent Safety) และมีประสิทธิภาพสูงกว่าเทคโนโลยีรุ่นก่อน

เป้าหมายสำคัญของ GPSC เป็นการสร้างพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพเพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรมไฮเทคที่ต้องการไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และอุตสาหกรรมดิจิทัล

หากย้อนกลับดูร่างแผน PDP ฉบับใหม่พบว่าไทยมีเป้าหมายติดตั้ง SMR จำนวน 2 แห่ง รวมกำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ ภายในปี 2580 โดยมีแนวโน้มเลือกพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ เพราะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงและมีข้อจำกัดระบบสายส่ง

รวมถึงมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงพลังงานบางช่วงเวลา แต่ต้องรอ PDP ประกาศใช้จึงจะเริ่มดำเนินการ

นอกจากนี้ การมีแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพอย่าง SMR จะลดความเสี่ยงดังกล่าว และเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงการลงทุนจากกลุ่มอุตสาหกรรม Data Center และ AI ที่ต้องการใช้พลังงานสะอาด