วันพุธ ที่ 15 เมษายน 2569

Login
Login

‘สงคราม-ภัยแล้ง’ ฉุดผลผลิตเกษตร สศก.จ่อปรับจีดีพี ปี69

‘สงคราม-ภัยแล้ง’  ฉุดผลผลิตเกษตร  สศก.จ่อปรับจีดีพี ปี69

สศก.ประเมินใหม่ “จีดีพีเกษตร” ปี 2569 จากเดิมที่คาดการณ์ขยายตัว 2-3% หลังสงครามยืดเยื้อ ภัยแล้งจ่อยาว กระทบต้นทุนการเพาะปลูกและการขนส่งพุ่งสูงขึ้น ทั้งน้ำมันและปุ๋ย

สถานการณ์ภัยแล้งปี 2569 คาดว่ารุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปรากฎการณ์เอลนีโญ ที่จะเริ่มตั้งแต่กลางปีและอาจรุนแรงขึ้นถึงปลายปีนี้ อย่างไรก็ตามเนื่องจากปี 2568 สภาพฝนในไทยตกชุกทำให้มีน้ำเต็มทุกอ่างเพียงพอภาคการเกษตร ดังนั้นแม้ปี 2569 เกิดภัยแล้งยังไม่กระทบผลผลิตการเกษตร แต่ยังมีปัจจัยสงครามที่จะกระทบปัจจัยการเพาะปลูก

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สงครามตะวันออกกลางที่เริ่มตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.2569 และอาจยืดเยื้อทำให้ราคาน้ำมันและปุ๋ยเคมีแพงขึ้น รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์อื่น 

‘สงคราม-ภัยแล้ง’  ฉุดผลผลิตเกษตร  สศก.จ่อปรับจีดีพี ปี69

รวมถึงต้นทุนการเกษตรเพิ่มขึ้น เช่น การประมงที่มีน้ำมันเป็นต้นทุนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบทางตรง ขณะที่ฤดูการทำนาปีจะเริ่มเดือน พ.ค.2569 อาจมีปัญหาราคาปุ๋ยแพงหรืออาจเกิดการขาดแคลน

นอกจากนี้มีปัจจัยเสี่ยงอื่นที่ต้องติดตาม ประกอบด้วยเศรษฐกิจโลกมีทิศทางชะลอตัว โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่น รวมถึงประเทศกลุ่มยูโรโซนและอาเซียน ซึ่งส่งผลต่อการค้าและความต้องการสินค้าเกษตรไทย 

ในขณะที่มาตรการกีดกันทางการค้าและกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นกระทบการแข่งขันและการส่งออกสินค้าเกษตรไทย เช่น มาตรการสิ่งแวดล้อมและด้านสุขอนามัยของสภาพยุโรปและการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานสินค้าที่เข้มงวดขึ้นของจีน นโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า รวมถึงการวางแผนการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรไทย

‘สงคราม-ภัยแล้ง’  ฉุดผลผลิตเกษตร  สศก.จ่อปรับจีดีพี ปี69

“ไทยส่งออกข้าวไปตะวันออกกลางปีละ 2-3 หมื่นล้านบาท ปลาทูน่า 1 หมื่นล้านบาท ยางพารา 3,000 ล้านบาท ไก่เนื้อ 1,000 ล้านบาท การเกิดสงครามกระทบภาพรวม" 

สำหรับสถานการณ์สงครามเป็นปัจจัยที่เพิ่งเกิดขึ้นจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตาม และต้องประเมินภาวะเศรษฐกิจการเกษตร (จีดีพีภาคเกษตร) ใหม่จากเดิมคาดว่าทั้งปี 2569 ขยายตัว 2-3% โดยตามคาดการณ์เดิมนี้แยกเป็น

“ข้าว-อ้อย”ปริมาณผลผลิตสูงขึ้น

1.ด้านการผลิต สาขาพืชคาดว่าขยายตัว 2.5-3.5% โดยสินค้าพืชที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากปริมาณน้ำฝนมีเพียงพอต่อการเพาะปลูก ขณะที่อ้อยโรงงานเพิ่มขึ้นจากราคาอยู่เกณฑ์ดีกว่าสินค้าเกษตรอื่น และภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือชาวไร่อ้อย รวมถึงการส่งเสริมของโรงงานน้ำตาลทรายที่เป็นแรงจูงใจเกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูก

ยางพารา คาดว่าผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นยางพาราที่ขยายเนื้อที่ปลูกเมื่อปี 2563 เริ่มให้ผลผลิตทำให้เนื้อที่กรีดเพิ่มขึ้น รวมถึง ผลผลิตต่อไร่จะเพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย และเกษตรกรเฝ้าระวังและป้องกันโรคใบร่วงยางพาราที่ดี  

ปาล์มน้ำมัน ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากการขยายพื้นที่ แทนยางพาราและพื้นที่รกร้างในปี 2566 ให้ผลผลิตปี 2569 เป็นปีแรก 

‘สงคราม-ภัยแล้ง’  ฉุดผลผลิตเกษตร  สศก.จ่อปรับจีดีพี ปี69

สินค้ากลุ่มผลไม้ ได้แก่ ลำไย ทุเรียน มังคุดและเงาะ เนื่องจากปริมาณน้ำที่มีเพียงพอ และสภาพอากาศเอื้อต่อการออกดอกติดผล และเจริญเติบโต รวมถึงความต้องการของตลาดภายในประเทศและต่างประเทศมีต่อเนื่อง

สินค้าพืชที่มีผลผลิตลดลง ได้แก่ ข้าวนาปรัง เนื่องจากราคาผลผลิตมีแนวโน้มตกต่ำ และปัจจัยการผลิตอยู่เกณฑ์สูง ซึ่งทำให้เกษตรกร งดเพาะปลูกและหันไปปลูกพืชอื่นที่ราคาดีกว่า  

รวมถึงมันสำปะหลัง เนื่องจากราคาที่เกษตรกรขายได้ลดลงจึงไม่จูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูกประกอบกับขาดแคลนท่อนพันธุ์ที่ต้านทานและทนต่อโรคใบด่าง 

“ข้าวโพด-ยาง”ราคาทรงตัว

ด้านราคาพืชที่คาดว่าเพิ่มขึ้น คือ มันสำปะหลัง เนื่องจากผลผลิตมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ความต้องการใช้ในอุุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์มีต่อเนื่อง ประกอบกับลาวมีนโยบายลดส่งออกหัวมันสำปะหลังสด และการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้ราคามีแนวโน้มเพิ่่มขึ้น รวมถึงปาล์มน้ำมันมีความต้องการใช้ในอุุตสาหกรรมอาหารและพลังงานชีวภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อเนื่อง 

ส่วนสินค้าพืชที่คาดว่าราคาอยู่เกณฑ์ดี คือ กลุ่มผลไม้ จากความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับภาครัฐมีนโยบาย พัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ได้มาตรฐานและส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยมาตรการภาครัฐช่วยเหลือเกษตรกรด้านการตลาดและการยกระดับคุณภาพผลผลิต ให้ผ่านเกณฑ์ที่ประเทศคู่ค้าเข้มงวดในปี 2568 จะส่งผลต่อเสถียรภาพราคาต่อเนื่องถึงปี 2569

สินค้าพืชที่คาดว่าราคาอยู่ระดับใกล้เคียงปี 2568 ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สับปะรด ปัตตาเวียและยางพารา โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีการใช้มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาและส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านรายได้เกษตรกร เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของห่วงโซ่อุปทาน และกระตุ้นให้มีการปรับปรุงคุณภาพการผลิตอย่างยั่งยืน 

‘สงคราม-ภัยแล้ง’  ฉุดผลผลิตเกษตร  สศก.จ่อปรับจีดีพี ปี69

ขณะที่สับปะรดปัตตาเวีย ผลผลิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ความต้องการจากโรงงานแปรรูปในประเทศและต่างประเทศ ระดับราคาจึงขึ้นกับความสมดุลระหว่างปริมาณผลผลิตกับกำลังการผลิตของโรงงานแปรรูป

ยางพารา เนื่องจากปริมาณผลผลิตภายในประเทศที่คาดว่าเพิ่มขึ้น ขณะที่ความต้องการยางพาราในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องมีแนวโน้มชะลอตัว

จับตา“ข้าว”ราคาปรับลดลง

สินค้าพืชที่คาดว่าราคาจะลดลง ได้แก่ ข้าว เนื่องจากอุปทานข้าวในตลาดโลกมีมากกว่าความต้องการ โดยเฉพาะจากอินเดียที่กลับมาส่งออกข้าวขาวอีกครั้ง ขณะเดียวกันประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ อาทิ ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย สำรองข้าวเพียงพอจึงชะลอการสั่งซื้อ ส่งผลให้ราคาข้าวในตลาดโลกลดลงเร็ว และกระทบราคาที่เกษตรกรขายได้ในประเทศ 

อ้อยโรงงาน เนื่องจากผลผลิตอ้อยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาน้ำตาลในตลาดโลกให้มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ราคาอ้อยโรงงานที่เกษตรกรขายได้ลดลงตามไปด้วย

“สุกร-ไก่เนื้อ” แนวโน้มราคาดี

สาขาปศุสัตว์ คาดว่าขยายตัว 1-2% โดยสินค้าปศุสัตว์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ได้แก่ สุกร คาดว่าผลผลิตเพิ่มเล็กน้อยเนื่องจากเกษตรกรรักษาระดับการผลิตจากภาวะต้นทุนสูง รวมถึงนโยบายด้านภาษีของสหรัฐอาจส่งผลให้เกษตรกรชะลอขยายกำลังการผลิต

ด้านราคา สินค้าปศุสัตว์ที่คาดว่าราคาจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้แก่ ไก่เนื้อ เนื่องจากความต้องการมีต่อเนื่อง ประกอบกับจัดการฟาร์มได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของผู้ค้า ส่วนสุกร ราคาเพิ่มขึ้นจากมาตรการรักษาเสถียรภาพราคา โดยการควบคุมปริมาณสุกรให้สอดคล้องความต้องการผู้บริโภค 

ไข่ไก่ คาดว่าราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากภาครัฐรักษาเสถียรภาพราคา และโคเนื้อคาดว่าเพิ่มขึ้นเนื่องจากสนับสนุนให้ขยายตลาดการส่งออกโคเนื้อมีชีวิตและผลิตภัณฑ์ไปยังต่างประเทศ 

สินค้าปศุสัตว์ที่คาดว่าราคาจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา คือ น้ำนมดิบ เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดสอดคล้องกับความต้องการและคาดการณ์ว่าจะมีการปรับราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตและคุณภาพนมดิบ

น้ำมันกระทบต้นทุนภาคประมง

สาขาประมง คาดว่าขยายตัว 0.3-1.3% โดยผลผลิตกุ้งขาวแวนไม จะใกล้เคียงปีที่ผ่านมาเนื่องจากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้าๆ ประกอบกับภาครัฐส่งเสริมเกษตรกรวางแผนการผลิตให้ได้ตามขนาดที่ตลาดต้องการ รวมทั้งส่งเสริมใช้สายพันธุ์กุ้งที่เจริญเติบโตดีและทนทานต่อโรค และจัดการฟาร์มอย่างยั่งยืนจูงใจให้เกษตรกรเพิ่มอัตราการปล่อยลูกกุ้งส่งผลให้ผลผลิตกุ้งต่อรอบการเลี้ยงเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามผลผลิตกุ้งยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากโรคระบาดและต้นทุนการผลิตที่ผันผวน ทั้งราคาอาหารสัตว์น้ำ ราคาพลังงาน ปริมาณสัตว์น้ำขึ้นท่าเทียบ คาดว่าใกล้เคียงปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศยังแปรปรวนส่งผลต่อความอุดมสมบูรณ์ทรัพยากรน้ำ และน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นปัจจัยการผลิตหลักยังผันผวน