วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน 2569

Login
Login

4 แบงก์รัฐอัดสินเชื่อดอกต่ำ หนุนปชช.-เกษตร-SME เปลี่ยนผ่าน สู้น้ำมันแพงยาว

4 แบงก์รัฐอัดสินเชื่อดอกต่ำ หนุนปชช.-เกษตร-SME เปลี่ยนผ่าน สู้น้ำมันแพงยาว

ครม. ไฟเขียวแพ็กเกจสินเชื่อ 4 แบงก์รัฐ วงเงินรวมกว่า 135,000 ล้านบาท ชูดอกเบี้ยต่ำ หนุนประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ หนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน สู้ภาวะน้ำมันแพงยาว

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษในวันนี้ (11 เม.ย.) ว่า  ครม.ได้มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับเงินเฟ้อสูงหรือ Stagflation

โดยรัฐบาลได้บูรณาการความช่วยเหลือผ่านการบริหารจัดการกรอบวงเงินตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ ขับเคลื่อนผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เพื่ออัดฉีดสภาพคล่องและบรรเทาภาระต้นทุนให้ครอบคลุมทุกห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ วงเงินรวมกว่า 135,000 ล้านบาท

“เราทราบดีว่าวิกฤติครั้งนี้อาจลุกลามและส่งผลกระทบยาวนานขึ้น เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงต้องการสนับสนุนประชาชนในการปรับตัวและเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดผลกระทบ” นายเอกนิติ กล่าว 

ทั้งนี้ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1. สินเชื่อสำหรับประชาชนทั่วไป

ธนาคารออมสินดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ GSB สำหรับการปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน วงเงิน 5,000 ล้านบาท ปล่อยกู้สูงสุด 2 ล้านบาทต่อราย นาน 5 ปี เพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์และซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งสามารถยื่นกู้ได้ถึง 31 มี.ค. 70 

ขณะที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดเต็มสินเชื่อบ้านประหยัดพลังงาน ทั้ง "สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข" ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.20% ต่อปี สำหรับซื้อ ปลูกสร้าง ซ่อมแซม หรือซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบพลังงานทดแทน กู้สูงสุด 40 ปี  "สินเชื่อบ้านเบอร์ 5" ดอกเบี้ยคงที่ 2.69% ใน 2 ปีแรก กู้สูงสุด 40 ปี สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง และรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยที่ได้รับการรับรองคุณสมบัติบ้านเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และ "สินเชื่อ Solar Roof" สำหรับลูกค้าสวัสดิการที่ต้องการกู้เพิ่มเพื่อซื้อ Solar Roof วงเงินสูงสุด 3 แสนบาท 

2. สินเชื่อสำหรับเกษตรกร

สำหรับภาคการเกษตรที่กำลังเผชิญวิกฤติปุ๋ยแพง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้เตรียมวงเงิน 30,000 ล้านบาท ดำเนิน "โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง" เพื่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการจัดซื้อปัจจัยการผลิต โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี

ซึ่งรัฐบาลจะใช้กลไกชดเชยตามมาตรา 28 ในการรับภาระชำระดอกเบี้ยแทนเกษตรกร 3% ต่อปี ให้กู้สูงสุดรายละ 1 แสนบาท ชำระคืนภายใน 12 เดือน ภายใต้ระยะเวลาโครงการ 3 ปี

3.สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SME

กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารออมสินออกสินเชื่อ “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” วงเงิน 100,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนเพื่อปรับตัว (Transformation) ทั้งในด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดิจิทัล เทคโนโลยี 

นอกจากนี้ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ที่ออก "สินเชื่อ SME Green Productivity” ดอกเบี้ย 3% ใน 3 ปีแรก วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย เพื่อเป็นเงินลงทุน และ/หรือเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในการยกระดับและเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งโครงการดังกล่าวครอบคลุมผู้ประกอบการที่มีกระบวนการผลิตหรือเทคโนโลยีลดการใช้พลังงาน ระบบพลังงานทดแทนและเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) และรถสมัยใหม่ที่ปล่อยมลพิษต่ำ

รวมทั้ง ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ยังเตรียมมาตรการ “EXIM Support Plus” คิดดอกเบี้ย 4% ต่อปีสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมมอบเบี้ยประกันส่งออกอัตราพิเศษ เพื่ออุ้มผู้ส่งออกที่เผชิญผลกระทบจากต้นทุนค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น