วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน 2569

Login
Login

เปิดไทม์ไลน์ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟสใหม่ เริ่มใช้ได้เมื่อไร

เปิดไทม์ไลน์ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟสใหม่ เริ่มใช้ได้เมื่อไร

กระทรวงการคลังเตรียมชง ครม.ไฟเขียว "ไทยช่วยไทยพลัส" ยกระดับคนละครึ่งเฟสใหม่ ดีเดย์เริ่มใช้ พ.ค. นี้ ชูจุดเด่นควบรวมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปลดล็อกซื้อสตรีทฟู้ดได้ พร้อมดึง AI ฝังแอปฯ ถุงเงิน ช่วยพ่อค้ารายย่อยวิเคราะห์ยอดขาย-ลดต้นทุน ต่อยอดเข้าถึงแหล่งทุน

ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กำลังลุกลามและสร้างแรงกระเพื่อมจนกลายเป็นวิกฤตพลังงาน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนค่าครองชีพและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค กระทรวงการคลังได้เตรียมความพร้อมในการออกมาตรการช่วยเหลือเฉพาะจุดเพื่อบรรเทาภาระของประชาชนอย่างเร่งด่วน 

โดยสเตปแรกจะมุ่งเน้นไปที่การสกัดกั้นผลกระทบไม่ให้ลุกลามไปสู่ต้นทุนอื่นๆ ด้วยการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษในวันที่ 11 เม.ย.นี้ เพื่อคลอดแพ็กเกจเยียวยานำร่องกลุ่มเปราะบาง รถขนส่งทางบก รถประมง และมาตรการสินเชื่อปุ๋ยดอกเบี้ยต่ำสำหรับเกษตรกร

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะถัดไป นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมใช้ยุทธศาสตร์การมุ่งเป้าเพื่อบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยได้ขีดเส้นตายให้หน่วยงานภาครัฐเร่งรัดการเบิกจ่ายและลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน เม.ย. นี้

หากหน่วยงานใดไม่สามารถดำเนินการทำสัญญาได้ทันตามกำหนด รัฐบาลจะเดินหน้าออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณ เพื่อดึงเม็ดเงินค้างท่อซึ่งประเมินว่ามีมูลค่าสูงถึงราว 100,000 ล้านบาท เกลี่ยกลับมาเป็นงบกลางสำรองรายการใช้จ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็น 

แม้กระบวนการนี้จะต้องใช้เวลาและต้องผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรถึง 3 วาระ แต่รัฐบาลจำเป็นต้องเลือกแนวทางนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสสูงสุด ก่อนจะนำกระสุนเม็ดเงินก้อนใหญ่มาอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ

ทั้งนี้ เม็ดเงินที่ได้จากการโอนงบประมาณดังกล่าว จะถูกนำมาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก โดยจะมีการปรับรูปแบบและยกระดับโครงการ "คนละครึ่ง" เดิม สู่โครงการรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งเฟสใหม่นี้จะบูรณาการรวมเข้ากับระบบของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เบื้องต้นประเมินว่าขนาดของโครงการจะครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากกว่า 20 ล้านคน คิดเป็นเม็ดเงินงบประมาณกว่า 44,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการประเมินงบประมาณคงเหลือที่มีอยู่จริง

นอกจากสเกลโครงการที่ครอบคลุมมากขึ้นแล้ว จุดเด่นของการพลิกโฉมสู่ "ไทยช่วยไทยพลัส" คือการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อน โดยระบบจะช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของลูกค้า เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยสามารถวางแผนการจัดซื้อวัตถุดิบได้อย่างแม่นยำ ยกตัวอย่าง ร้านขายลูกชิ้นปิ้ง ระบบจะวิเคราะห์ได้ว่าลูกค้าในพื้นที่นิยมบริโภคลูกชิ้นหมูมากกว่าลูกชิ้นกุ้งหรือไก่ ทำให้ผู้ค้าไม่ต้องซื้อวัตถุดิบอื่นมาสต๊อกทิ้งไว้จนสูญเปล่า ช่วยลดต้นทุน เพิ่มกำไร และยังสามารถคำนวณบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ร้านค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในส่วนของไทม์ไลน์การเริ่มต้นโครงการที่ประชาชนจับตานั้น กระทรวงการคลังเคยเปิดเผยทิศทางไว้ก่อนหน้านี้ คาดหมายว่ามาตรการ "ไทยช่วยไทยพลัส" จะสามารถทยอยนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. และคาดว่าจะดีเดย์เปิดให้ประชาชนเริ่มใช้งานได้ภายในเดือน พ.ค. นี้ เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพยุงกำลังซื้อและต่อลมหายใจให้เศรษฐกิจไทยก้าวข้ามวิกฤติครั้งนี้ไปได้