กรมธนารักษ์ กางแผนรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน เตรียมทบทวนอัตราผลตอบแทนค่าเช่าที่ราชพัสดุ ดึงดูดเอกชนประมูลออฟฟิศให้เช่า พร้อมเร่งเคลียร์ปม Senior Complex หลังรามาฯ เจอผู้รับเหมาทิ้งงาน ย้ำราคาประเมินที่ดินรอบใหม่สะท้อนตลาดจริง เริ่มใช้ ม.ค. 70
นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์เพื่อทบทวนอัตราค่าเช่าและอัตราผลตอบแทนสำหรับการเปิดประมูลโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอาคารสำนักงานให้เช่า ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เนื่องจากปัจจุบันยังมีพื้นที่สำนักงานว่างอยู่อีกเป็นจำนวนมาก
กรมจึงจำเป็นต้องปรับปรุงแผนงานให้มีความยืดหยุ่นและสอดรับกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อดึงดูดให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาแล้ใช้ประโยชน์พื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ราชพัสดุที่ว่างเปล่า
โดยก่อนหน้านี้กรมธนารักษ์ได้เปิดประมูลขายที่ดินไปแล้วจำนวน 43 แปลง โดยสามารถขายได้ 4 แปลง และนำรายได้เข้ารัฐประมาณ 4-5 ล้านบาท โดยในส่วนที่ดินแปลงที่ยังขายไม่ได้ กรมฯ จะเร่งนำมาทบทวนราคาใหม่ทั้งหมด ก่อนที่จะนำมาเปิดประมูลใหม่อีกครั้ง
สำหรับที่ดินที่กรมได้ดำเนินการเปิดประมูลที่ราชพัสดุในทำเลศักยภาพจำนวน 4 แปลง ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนเข้ามาซื้อซองประมูลอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
- ที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา (ติดกับไอคอนสยาม) มีผู้ให้ความสนใจซื้อซองประมูลแล้วประมาณ 6 ราย โดยที่ดินแปลงนี้มีการกำหนดเงื่อนไขให้ต้องวางเงินประกันจำนวน 30 ล้านบาท
- ที่ดินบริเวณบ้านพายัพ มีผู้สนใจซื้อซองประมูลประมาณ 5 ราย
- ที่ดินบริเวณถนนทรงวาด มีผู้สนใจซื้อซองประมูลประมาณ 5-6 ราย
- อาคารธนาคารนครหลวงไทย (เก่า) มีผู้ให้ความสนใจซื้อซองประมูลประมาณ 4-5 ราย โดยทางกรมฯ จะมีการนัดหมายให้ดูพื้นที่และกำหนดยื่นซองประมูลในช่วงวันที่ 19 เม.ย.นี้
สำหรับความคืบหน้าโครงการศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ หรือ Senior Complex ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมธนารักษ์และโรงพยาบาลรามาธิบดี นายอัครุตม์ยอมรับว่ามีความล่าช้าเกิดขึ้น เนื่องจากในส่วนการก่อสร้างโรงพยาบาลติดปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลรามาธิบดียืนยันที่จะเดินหน้าต่อ
โดยหลังช่วงเทศกาล เม.ย. นี้ จะมีการประชุมหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินงานที่ชัดเจน ซึ่งในส่วนของที่พักอาศัยนั้นกรมธนารักษ์มีความพร้อมเต็มที่ แต่ต้องรอความชัดเจนจากฝั่งโรงพยาบาลเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้จองสิทธิ์ เนื่องจากปัจจัยสำคัญที่ทำให้มียอดจองล้นจำนวนยูนิตคือการมีโรงพยาบาลรองรับในโครงการ โดยขณะนี้กรมยังไม่มีการเรียกเก็บเงินใดๆ จากผู้จองสิทธิ์
ด้านการจัดทำราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ นายอัครุตม์ระบุว่ายังคงเดินหน้าตามกรอบเวลาเดิม โดยคาดว่าจะสามารถประกาศราคาได้ภายในเดือน ธ.ค. นี้ และเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2570 เป็นต้นไป
“การปรับราคาประเมินให้สะท้อนราคาตลาดที่แท้จริงมากที่สุด เนื่องจากปัจจุบันราคาประเมินทั่วประเทศยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าราคาตลาดถึงประมาณ 30-40% ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้จะช่วยลดช่องว่างดังกล่าวและทำให้ฐานข้อมูลราคาที่ดินของรัฐมีความสมจริงยิ่งขึ้น”
เมื่อถามถึงผลกระทบจากภาวะสงครามต่อการปรับราคาที่ดิน นายอัครุตม์ชี้แจงว่าปัจจัยดังกล่าวไม่มีผลโดยตรงต่อการประเมินราคา เนื่องจากสงครามเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่รอบการปรับราคาประเมินที่ดินมีวงรอบทุก 4 ปีเพื่อการใช้งานในระยะยาว
ดังนั้นการพิจารณาจะยึดตามกลไกตลาดเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม กรมจะพิจารณาตามสภาพข้อเท็จจริงของพื้นที่ โดยที่ดินบางประเภท เช่น ที่ดินตาบอดหรือพื้นที่ห่างไกลความเจริญ อาจมีการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีการปรับขึ้นเลย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเจ้าของที่ดินและผู้เสียภาษีในแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสม


