วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2569

Login
Login

‘ธนารักษ์’ เล็งรื้อค่าเช่า รับศึกตะวันออกกลาง จ่อประกาศราคาประเมินใหม่ ธ.ค.นี้

‘ธนารักษ์’ เล็งรื้อค่าเช่า รับศึกตะวันออกกลาง จ่อประกาศราคาประเมินใหม่ ธ.ค.นี้

กรมธนารักษ์ กางแผนรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน เตรียมทบทวนอัตราผลตอบแทนค่าเช่าที่ราชพัสดุ ดึงดูดเอกชนประมูลออฟฟิศให้เช่า พร้อมเร่งเคลียร์ปม Senior Complex หลังรามาฯ เจอผู้รับเหมาทิ้งงาน ย้ำราคาประเมินที่ดินรอบใหม่สะท้อนตลาดจริง เริ่มใช้ ม.ค. 70

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์เพื่อทบทวนอัตราค่าเช่าและอัตราผลตอบแทนสำหรับการเปิดประมูลโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอาคารสำนักงานให้เช่า ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เนื่องจากปัจจุบันยังมีพื้นที่สำนักงานว่างอยู่อีกเป็นจำนวนมาก

กรมจึงจำเป็นต้องปรับปรุงแผนงานให้มีความยืดหยุ่นและสอดรับกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อดึงดูดให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาแล้ใช้ประโยชน์พื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ราชพัสดุที่ว่างเปล่า

โดยก่อนหน้านี้กรมธนารักษ์ได้เปิดประมูลขายที่ดินไปแล้วจำนวน 43 แปลง โดยสามารถขายได้ 4 แปลง และนำรายได้เข้ารัฐประมาณ 4-5 ล้านบาท โดยในส่วนที่ดินแปลงที่ยังขายไม่ได้ กรมฯ จะเร่งนำมาทบทวนราคาใหม่ทั้งหมด ก่อนที่จะนำมาเปิดประมูลใหม่อีกครั้ง

สำหรับที่ดินที่กรมได้ดำเนินการเปิดประมูลที่ราชพัสดุในทำเลศักยภาพจำนวน 4 แปลง ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนเข้ามาซื้อซองประมูลอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

  1. ที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา (ติดกับไอคอนสยาม) มีผู้ให้ความสนใจซื้อซองประมูลแล้วประมาณ 6 ราย โดยที่ดินแปลงนี้มีการกำหนดเงื่อนไขให้ต้องวางเงินประกันจำนวน 30 ล้านบาท
  2. ที่ดินบริเวณบ้านพายัพ มีผู้สนใจซื้อซองประมูลประมาณ 5 ราย
  3. ที่ดินบริเวณถนนทรงวาด มีผู้สนใจซื้อซองประมูลประมาณ 5-6 ราย
  4. อาคารธนาคารนครหลวงไทย (เก่า) มีผู้ให้ความสนใจซื้อซองประมูลประมาณ 4-5 ราย โดยทางกรมฯ จะมีการนัดหมายให้ดูพื้นที่และกำหนดยื่นซองประมูลในช่วงวันที่ 19 เม.ย.นี้

สำหรับความคืบหน้าโครงการศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ หรือ Senior Complex ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมธนารักษ์และโรงพยาบาลรามาธิบดี นายอัครุตม์ยอมรับว่ามีความล่าช้าเกิดขึ้น เนื่องจากในส่วนการก่อสร้างโรงพยาบาลติดปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลรามาธิบดียืนยันที่จะเดินหน้าต่อ

โดยหลังช่วงเทศกาล เม.ย. นี้ จะมีการประชุมหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินงานที่ชัดเจน ซึ่งในส่วนของที่พักอาศัยนั้นกรมธนารักษ์มีความพร้อมเต็มที่ แต่ต้องรอความชัดเจนจากฝั่งโรงพยาบาลเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้จองสิทธิ์ เนื่องจากปัจจัยสำคัญที่ทำให้มียอดจองล้นจำนวนยูนิตคือการมีโรงพยาบาลรองรับในโครงการ โดยขณะนี้กรมยังไม่มีการเรียกเก็บเงินใดๆ จากผู้จองสิทธิ์

ด้านการจัดทำราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ นายอัครุตม์ระบุว่ายังคงเดินหน้าตามกรอบเวลาเดิม โดยคาดว่าจะสามารถประกาศราคาได้ภายในเดือน ธ.ค. นี้ และเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2570 เป็นต้นไป 

“การปรับราคาประเมินให้สะท้อนราคาตลาดที่แท้จริงมากที่สุด เนื่องจากปัจจุบันราคาประเมินทั่วประเทศยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าราคาตลาดถึงประมาณ 30-40% ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้จะช่วยลดช่องว่างดังกล่าวและทำให้ฐานข้อมูลราคาที่ดินของรัฐมีความสมจริงยิ่งขึ้น”

เมื่อถามถึงผลกระทบจากภาวะสงครามต่อการปรับราคาที่ดิน นายอัครุตม์ชี้แจงว่าปัจจัยดังกล่าวไม่มีผลโดยตรงต่อการประเมินราคา เนื่องจากสงครามเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่รอบการปรับราคาประเมินที่ดินมีวงรอบทุก 4 ปีเพื่อการใช้งานในระยะยาว

ดังนั้นการพิจารณาจะยึดตามกลไกตลาดเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม กรมจะพิจารณาตามสภาพข้อเท็จจริงของพื้นที่ โดยที่ดินบางประเภท เช่น ที่ดินตาบอดหรือพื้นที่ห่างไกลความเจริญ อาจมีการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีการปรับขึ้นเลย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเจ้าของที่ดินและผู้เสียภาษีในแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสม