วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน 2569

Login
Login

พลิกภาพจำ BOI จากโรงงานสู่บริการดิจิทัล เปิดทาง 'Cloud-Content-Health' ลงทุน

พลิกภาพจำ BOI จากโรงงานสู่บริการดิจิทัล เปิดทาง 'Cloud-Content-Health' ลงทุน

เศรษฐกิจไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ “ภาคบริการและข้อมูล” กลายเป็นเครื่องยนต์หลักที่สร้างมูลค่าไม่แพ้อุตสาหกรรมการผลิตแบบดั้งเดิม ท่ามกลางกระแสดิจิทัลและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทิศทางการส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐต้องปรับตัวครั้งใหญ่ โดยเฉพาะบทบาทของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียง “โรงงานขนาดใหญ่” อีกต่อไป แต่เปิดกว้างสู่ “ธุรกิจบริการ” อย่างเต็มรูปแบบ

ธุรกิจดาวรุ่งปี 69 ชี้ชัด ‘บริการ-ดิจิทัล’ ขึ้นนำ

ข้อมูลจาก ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า การจัดอันดับ 10 ธุรกิจดาวรุ่งปี 2569 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยธุรกิจที่เติบโตสูงสุดส่วนใหญ่เป็น “ภาคบริการและเทคโนโลยีดิจิทัล”

อันดับ 1 ได้แก่ Cloud Service และ Cyber Security ซึ่งกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่อันดับ 2 คือธุรกิจ Social Media, Online Entertainment และการผลิตคอนเทนต์ รวมถึงกิจการโทรคมนาคม

ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ E-Commerce และธุรกิจสายความเชื่อ (สายมู) ที่สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ขณะที่ธุรกิจด้านการแพทย์ ความงาม และบริการดูแลสุขภาพ ซึ่งเติบโตตามกระแสสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อยู่ในอันดับ 4 และธุรกิจโลจิสติกส์-คลังสินค้า อยู่ในอันดับ 5

ภาพรวมดังกล่าวตอกย้ำว่า “เศรษฐกิจบริการ” ไม่ได้เป็นเพียงภาคสนับสนุนอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็น “แกนหลัก” ของการเติบโตในระยะยาว

ปลดล็อกความเข้าใจผิด "บีโอไอ" ไม่ใช่แค่โรงงาน

แม้ธุรกิจบริการจะเติบโตอย่างโดดเด่น แต่ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังมี “ภาพจำเดิม” ว่าการขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอต้องเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เงินลงทุนสูง มีโรงงานขนาดใหญ่ และใช้เครื่องจักรจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวไม่สอดคล้องกับทิศทางนโยบายในปัจจุบัน เนื่องจากบีโอไอได้ปรับบทบาทให้สอดรับกับเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเปิดโอกาสให้ “ธุรกิจบริการ” ที่มีการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และบุคลากรทักษะสูง สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมได้

กล่าวคือ แม้ไม่มีโรงงานขนาดใหญ่ แต่หากเป็นกิจการที่ใช้ความรู้ (Knowledge-based) มีการลงทุนในระบบ เทคโนโลยี หรือบุคลากร ก็สามารถเข้าข่ายรับสิทธิประโยชน์ได้เช่นเดียวกัน

พลิกภาพจำ BOI จากโรงงานสู่บริการดิจิทัล เปิดทาง 'Cloud-Content-Health' ลงทุน

7 กลุ่มธุรกิจบริการ ‘เข้าเกณฑ์’ รับส่งเสริม

บีโอไอได้กำหนดกรอบการส่งเสริมธุรกิจบริการครอบคลุมหลายมิติของเศรษฐกิจใหม่ ได้แก่

1. อุตสาหกรรมดิจิทัล ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล ดิจิทัลคอนเทนต์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น Data Center, Cloud Service และ Data Hosting รวมถึงระบบนิเวศอย่าง Innovation Park, Maker Space และ Co-working Space

2. บริการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ เน้นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ควบคู่เทคโนโลยี เช่น การออกแบบเชิงวิศวกรรม การสร้างต้นแบบ และการทดสอบ โดยมีเงื่อนไขใช้บุคลากรไทยไม่น้อยกว่า 70% และมีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรตามเกณฑ์ที่กำหนด

3. อุตสาหกรรมภาพยนตร์และบันเทิง ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตภาพยนตร์ สารคดี แอนิเมชัน รายการโทรทัศน์ ไปจนถึงบริการสนับสนุน เช่น สตูดิโอถ่ายทำ Visual Effects และ Movie Town

4. บริการเฉพาะทาง (Professional Services) เช่น ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC), ศูนย์จัดหาชิ้นส่วน (IPO), กิจการวิจัยและพัฒนา (R&D), การออกแบบทางวิศวกรรม และบริการทดสอบมาตรฐาน

5. อุตสาหกรรมท่องเที่ยวครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่สวนสนุก พิพิธภัณฑ์ ท่าเรือท่องเที่ยว ไปจนถึงโรงแรมและศูนย์แสดงสินค้า โดยมีแรงจูงใจพิเศษหากลงทุนใน “เมืองรอง”

6. โลจิสติกส์และขนส่งสมัยใหม่ เช่น ศูนย์กระจายสินค้าอัจฉริยะ (Smart Logistics), ICD และ International Distribution Center (IDC)

7. การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ครอบคลุมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบอัจฉริยะ เช่น Smart Mobility, Smart Energy และ Smart Environment

เงื่อนไขยืดหยุ่น เอื้อต่อ SME-สตาร์ทอัพ

ในด้านเงื่อนไข บีโอไอได้ปรับเกณฑ์ให้สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจบริการมากขึ้น โดยกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน)

สำหรับธุรกิจที่ใช้ฐานความรู้เป็นหลัก สามารถนับ “ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร” เป็นเงินลงทุนได้ โดยต้องมีค่าใช้จ่ายเงินเดือนบุคลากรไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านบาทต่อปี

ขณะที่ผู้ประกอบการ SME ได้รับการผ่อนปรนเพิ่มเติม โดยสามารถเริ่มต้นลงทุนเพียง 500,000 บาท และต้องมีผู้ถือหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 51%

แพ็กเกจสิทธิประโยชน์ ดึงลงทุนยุคใหม่

สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับ ครอบคลุมทั้งด้านภาษีและการอำนวยความสะดวก ได้แก่

  • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3–13 ปี (ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ)
  • ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักรและอุปกรณ์
  • สนับสนุนการนำเข้าเครื่องมือเพื่อวิจัยและพัฒนา
  • อำนวยความสะดวกด้าน Visa และ Work Permit สำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ

มาตรการเหล่านี้ถูกออกแบบเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะในยุคที่การแข่งขันขับเคลื่อนด้วย “เทคโนโลยีและคนเก่ง”

"บริการ" ไม่ใช่แค่ตัวเสริม แต่คือโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่

แม้ธุรกิจบริการจะไม่ได้ใช้เงินลงทุนสูงเท่าภาคการผลิต แต่มีบทบาทสำคัญในการสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” และเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอื่นในห่วงโซ่เศรษฐกิจ

การที่บีโอไอเปิดรับและส่งเสริมธุรกิจบริการอย่างจริงจัง จึงสะท้อนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่ “New Economy” ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์

ในวาระครบรอบ 60 ปี บีโอไอเดินหน้าปรับบทบาทจาก “ผู้ดึงดูดโรงงาน” สู่ “ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่” ที่รองรับทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ ทุกขนาดธุรกิจ

ภายใต้แนวคิด“60 Years of BOI: Building Investment Foundations, Powering Sustainable New Economy”

ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนเร็ว การลงทุนไม่ได้วัดกันที่ขนาดโรงงานอีกต่อไป แต่คือ “ศักยภาพในการสร้างมูลค่า” จากข้อมูล เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์

และในสมการใหม่นี้ “ธุรกิจบริการ” ไม่ใช่ทางเลือก - แต่คือ “คำตอบ” ของเศรษฐกิจไทยในอนาคต