สุริยะ หารือผู้นำเข้า รุด เจรจารัสเซีย หลังปุ๋ยจ่อขาดแคลน 1 ล้านตัน ในไตรมาส 2 แม้ปัจจุบันมีสต๊อก 9.2 แสนตัน แต่ต้องเร่งหาแหล่งสำรองแทนจีนและซาอุฯ ที่ติดปัญหาสงคราม เพื่อกดราคาและสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกร
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการเข้าพบของผู้ประกอบการปุ๋ย ว่า ได้หารือถึงปัญหาปุ๋ยเคมี ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง และยังมีเรือขนส่งสินค้าประเภทแม่ปุ๋ยลอยลำอยู่ในน่านน้ำตะวันออกกลาง จำนวน 5 ลำ ยังไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มูสได้ หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น จึงต้องมีการเจรจาขอซื้อจากรัสเซีย เนื่องจากจีนระงับการส่งออกปุ๋ย
โดยการเจรจาครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มโอกาส ทางการค้า ระหว่างไทย-รัสเซีย จึงได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประสานงานที่จะขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของรัสเซียภายในสัปดาห์หน้า และตนจะเดินทางไปเจรจาด้วยตัวเอง เพื่อเป็นการเจรจาทางการค้าร่วมกันระหว่างไทยกับรัสเซีย ในสินค้าเกษตรรวมถึงจัดหาปุ๋ยจากรัสเซีย เพื่อใช้เป็นแหล่งสำรอง หากสถานการณ์เลวร้าย จะได้มีใช้ในประเทศ
ส่วนรายละเอียดการเจรจา จะเป็นคณะย่อย เดินทางไปทำข้อตกลงเรื่องราคาอีกครั้ง ทั้งนี้เชื่อว่า หากมีข้อมูล ว่าจะมีการนำเข้าปุ๋ยเพิ่มเติม ราคาในประเทศจะลดลง เนื่องจากรายย่อยที่มีปุ๋ยอยู่ในสต๊อกจะเร่งระบายสินค้าและสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนสถานการณ์ปุ๋ยในประเทศ ผู้ประกอบการรายใหญ่ยืนยันว่า ปล่อยสต๊อกหมดแล้ว ปริมาณปุ๋ยในประเทศอยู่ที่รายย่อย คณะทำงานอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีการกักตุนหรือไม่ หากตรวจพบจะดำเนินการ ขั้นเด็ดขาด
ด้าน ประธานผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด ระบุว่า ประเภทปุ๋ยที่เสี่ยงขาดแคลนในขณะนี้คือปุ๋ยยูเรีย ส่วนชนิดอื่นไม่ขาดแคลน และสัดส่วนวัตถุดิบอื่นๆก็ยังไม่มีความขาดแคลนสามารถจัดหาภายในประเทศได้ โดยปัญหาดังกล่าว ภาครัฐและเอกชนจะต้องร่วมมือกันสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนไม่ให้มีการกักตุนสินค้า เพื่อทำงานร่วมกันในฐานะทีมไทยแลนด์
สำหรับการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ-เอกชนในครั้งนี้ จะต้องสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรรู้จักการใช้ปุ๋ย ให้มีความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ต่อการเพาะปลูกมากที่สุด เชื่อว่าหากเกษตรกรรับรู้ และสามารถใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมในแต่ละชนิดพืช จะทำให้ไม่เกิดสถานการณ์ปุ๋ยขาดแคลน
นอกจากนี้จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกกับกรมวิชาการเกษตร พบว่า การนำเข้าปุ๋ย 7 ปีย้อนหลัง ประเทศไทยมีการนำเข้าปุ๋ยเฉลี่ย 4 - 6 ล้านตันต่อปี มูลค่าต่ำสุดปี 2563 ประมาณ 43,000 ล้านบาท สูงสุดปี 2565 ประมาณ 103,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2568 มีการนำเข้าปุ๋ยมากกว่า 6.1 ล้านตัน รวมมูลค่ามากกว่า 91,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 อันดับแรก คือ ประเทศจีน 1.45 ล้านตัน ซาอุดีอาระเบีย 1.09 ล้านตัน และรัสเซีย 630,000 ตัน
ส่วนปี 2569 กรมวิชาการเกษตร รวบรวมปริมาณปุ๋ยคงเหลือในครอบครอง ของผู้นำเข้าและผู้ผลิตปุ๋ยในประเทศจำนวน 92 ราย ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีปริมาณปุ๋ยจำนวน 920,760.61 ตัน ปัจจุบันยังมีเพียงพอ
นอกจากนี้ จากคาดการณ์ตัวเลขการนำเข้าปุ๋ยเคมี ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 69 (เม.ย.-ก.ค.) จะอยู่ที่ 2,000,000 ตัน ตัวเลขนี้ (ไม่รวมปุ๋ยจากประเทศซาอุดิอาระเบียที่ส่งออกไม่ได้) แต่ความต้องการใช้หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 มีประมาณ 3,000,000 ตัน (ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลผลิต) จึงเป็นที่มาที่จะต้องมีการเจรจานำเข้าจากรัสเซียเพิ่มเติม หากสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง ยืดเยื้อหรือเลวร้ายลง





