วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน 2569

Login
Login

บสย. อุ้ม SMEs เปราะบาง ฟรีค่าธรรมเนียม 3 ปี ดึง Non-bank ปล่อยกู้สู้ต้นทุนพุ่ง

บสย. อุ้ม SMEs เปราะบาง ฟรีค่าธรรมเนียม 3 ปี ดึง Non-bank ปล่อยกู้สู้ต้นทุนพุ่ง

บสย. เร่งเครื่องช่วยผู้ประกอบการฝ่าวิกฤติพลังงานและต้นทุนพุ่ง ชูค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Smart Win วงเงินหมื่นล้านบาท ฟรีค่าธรรมเนียม 3 ปีแรก โชว์ผลงานไตรมาสแรกช่วยรายย่อยพุ่ง 1.5 หมื่นราย พร้อมกางแผนดึงกลุ่ม Non-bank ร่วมปล่อยกู้ระดับนาโนไฟแนนซ์

นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลพวงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงานของภาคธุรกิจ ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าผลิต และค่าขนส่ง

โดย บสย. ได้เร่งสนองนโยบายรัฐบาลในการพยุงเศรษฐกิจ โดยพุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย หรือ Micro SMEs ตลอดจนพ่อค้า แม่ค้า และกลุ่มอาชีพอิสระ ซึ่งจัดเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงทางธุรกิจสูง ต้องเผชิญทั้งปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ การขาดสภาพคล่อง และภาระต้นทุนที่หนักอึ้ง

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการต่อลมหายใจให้กลุ่มเปราะบาง บสย. ได้เดินหน้าโครงการ ค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Smart Win ภายใต้วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท โดยให้วงเงินค้ำประกันต่อรายตั้งแต่ 10,000 บาท ไปจนถึง 1 ล้านบาท พร้อมยกเว้นค่าธรรมเนียมค้ำประกันให้ฟรีในช่วง 3 ปีแรก ส่วนปีถัดไปจะคิดอัตราตามระดับความเสี่ยงที่ 1%  1.5% และ 2.5% ตามลำดับ 

โดยในโครงการนี้ บสย. ได้นำระบบ Credit Scoring Model และ Risk-based Pricing มาใช้ประเมินความเสี่ยง เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน และเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยกู้มากขึ้น ด้วยการรับประกันการจ่ายเคลมชดเชยในอัตราที่สูง เพื่อช่วยดูดซับความเสี่ยงด้านเครดิต และลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อลง

โดยผลจากการดำเนินงานเชิงรุกส่งผลให้ใน ไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 ตั้งแต่เดือนม.ค. ถึง มี.ค. บสย. สามารถให้ความช่วยเหลือ SMEs รายย่อยที่ต้องการวงเงินไม่เกิน 2 แสนบาท ได้ถึง 15,000 ราย ผ่านยอดค้ำประกันกว่า 1,380 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับยอดรวมทั้งปี 2568 ที่ช่วยไปได้ 19,150 ราย วงเงิน 2,380 ล้านบาท 

สำหรับประเภทธุรกิจที่ บสย. เข้าไปค้ำประกันสูงสุด 3 อันดับแรก ล้วนเป็นฟันเฟืองของเศรษฐกิจฐานราก ได้แก่ กลุ่มร้านค้าปลีกรายย่อยหรือโชห่วยครองสัดส่วน 40% ตามมาด้วยกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าหาบเร่ แผงลอย ตลาดสด 29.4% และกลุ่มร้านทำผม เสริมความงาม 4.2%

นายสิทธิกร ระบุเพิ่มเติมว่า จากวิกฤติพลังงาน และกำลังซื้อที่หดตัว บสย. จะเพิ่มความเข้มข้นในการช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกมิติ โดยแผนงานสำคัญในระยะถัดไปคือ การขยายเครือข่ายการค้ำประกันไปยังกลุ่มผู้ให้บริการสินเชื่อประเภทนอนแบงก์ (Non-Bank) ในระดับนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งมีมากกว่า 70 รายทั่วประเทศ เน้นวงเงินค้ำประกันรายละไม่เกิน 50,000 บาท เพื่อทะลวงข้อจำกัดให้ผู้ประกอบการที่เข้าไม่ถึงธนาคารพาณิชย์สามารถมีแหล่งเงินทุนหมุนเวียนได้

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเยียวยาลูกค้า บสย. ในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว และนำเข้าส่งออก ที่ได้รับแรงกระแทกจากวิกฤติตะวันออกกลางโดยตรง บสย. ได้ออกมาตรการพักชำระค่าธรรมเนียม และค่าจัดการค้ำประกันเป็นเวลา 3 เดือน สำหรับกลุ่มที่ครบกำหนดชำระ ระหว่างวันที่ 15 มี.ค.2569 ถึง 30 เม.ย.2569 ซึ่งปัจจุบันช่วยพักชำระไปแล้ว 46 ราย คิดเป็นภาระค้ำประกันราว 48 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาหนี้หรือต้องการคำปรึกษาด้านแหล่งเงินทุน สามารถติดต่อศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs หรือ บสย. F.A. Center เพื่อตรวจสุขภาพทางการเงินได้ฟรี ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันไลน์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์