"ภราดร" กางปฏิทินงบปี 70 เตรียม ชง ครม. นัดพิเศษ 11 เม.ย.นี้ ยันต้องทันใช้ 1 ต.ค. 69 เผยเตรียมจ่อคลอด "คนละครึ่งพลัส-ไทยช่วยไทย" ดึงงบฯ ส่วนไม่จำเป็นมาช่วยประชาชนก่อน ใช้ พ.ร.บ.โอนงบฯ โดยไม่ต้องกู้เงิน
วันนี้ (8 เม.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 เม.ย. นี้ สำนักงบประมาณจะเสนอปฏิทินการจัดทำงบประมาณปี 2570 เข้าสู่ที่ประชุม ครม.นัดพิเศษ เพื่อให้การเดินหน้าจัดทำงบประมาณปี 2570 ไม่ล่าช้า และสามารถเริ่มใช้ได้ทันในวันที่ 1 ต.ค.ปี 2569 ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นของปีงบประมาณ
เมื่อถามว่าการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 70 มีความคืบหน้ากี่เปอร์เซ็นต์ นายภราดร กล่าวว่า จะเริ่มนับหนึ่งตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.นี้ เมื่อปฏิทินงบประมาณเข้าครม. ก็จะเริ่มกำหนดกรอบให้หน่วยงานราชการเสนอคำของบประมาณเข้ามา
โดยคาดว่าจะวางเดดไลน์การส่งคำของบประมาณที่ตั้งไว้คร่าวๆ น่าจะเป็นช่วงเดือน พ.ค. ซึ่งคำของบประมาณจะต้องส่งถึงสำนักงบประมาณภายในเวลาที่กำหนด เพื่อให้ได้มีการคัดกรองคำขอตามปกติ โดยในขั้นตอนนี้ อาจจะล่าช้าได้ประมาณ 15 -20 วัน แต่ย้ำว่าปลายทางจะต้องเสร็จให้ทันภายใน 1 ต.ค.นี้
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้กำชับว่าภายใต้สถานการณ์ในปัจจุบัน หน่วยงานราชการจะต้องจัดทำงบประมาณให้เข้ากับสถานการณ์ให้มากที่สุด สิ่งใดที่ไม่จำเป็นหรือสามารถรอไว้ได้ให้ชะลอโครงการไว้ก่อน
“นายกฯ สั่งการให้วางเป้าหมายชัดเจนว่าการตั้งงบประมาณปี 70 ทำเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้พี่น้องประชาชนหรือพูดง่ายง่ายว่าช่วยประชาชนก่อน” นายภารดร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการเตรียมพร้อมดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัสตามนโยบายของรัฐบาล นายภราดร กล่าวว่า ได้รับโจทย์จากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งในวันนี้จะมีการเข้าหารือ ว่าหางบประมาณตรงไหนมาดำเนินการตามนโยบายที่จะช่วยเหลือประชาชน และนอกจากโครงการดังกล่าวก็จะมีโครงการไทยช่วยไทยด้วย ซึ่งถือว่าเป็นโครงการใหญ่ของรัฐบาลที่จะช่วยเหลือประชาชน
เมื่อถามว่างบกลางและงบกระตุ้นเศรษฐกิจจะเพียงพอหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า กำลังจะไปคุยเรื่องการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ กับนายเอกนิติ ว่าจะดำเนินการได้เมื่อไหร่ แต่คาดว่าเป็นภายในเดือนมิ.ย.นี้
เมื่อถามย้ำว่าการโอนงบมาดำเนินการ จะเพียงพอหรือไม่ หรือจำเป็นต้องกู้เงินมาดำเนินโครงการหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า คิดว่าน่าจะยังพออยู่ เพราะนายกฯ ให้นโยบายชัดเจนสำหรับหน่วยงานราชการ ว่าภาคส่วนไหนยังไม่จำเป็นต้องใช้หรือเร่งรีบจนเกินไปก็ให้ชะลอไว้ก่อน และนำงบประมาณมาช่วยเหลือประชาชนเป็นเป้าหมายแรก
ส่วนรายละเอียดในเรื่องงบประมาณและการดำเนินการ และจำนวนประชาชนที่จะได้สิทธิ์ อยู่ในช่วงการออกแบบดีไซน์โดยกระทรวงการคลัง ซึ่งต้องหารือกับทุกหน่วยงาน เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน ส่วนจำนวนจะได้ 20 ล้านสิทธิ์เท่าเดิมหรือไม่ ยังอยู่ในช่วงออกแบบโครงสร้าง ทั้งเรื่องจำนวนผู้รับผลประโยชน์ และวงเงิน ยืนยันว่าเฟสแรกจะดำเนินการให้เร็วที่สุด





