วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

จับตาสินค้า 3 กลุ่มขึ้นราคา สนค.หวั่นเงินเฟ้อไตรมาส 2 พุ่ง

จับตาสินค้า 3 กลุ่มขึ้นราคา สนค.หวั่นเงินเฟ้อไตรมาส 2 พุ่ง

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ รายงานเงินเฟ้อเดือน มี.ค.2569 ติดลบ 0.08% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 นับจากเดือน เม.ย.2568 

สำหรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือว่าลดลงอัตราชะลอตัว แม้มีสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าสำคัญหยุดชะงัก และทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเร่งตัวสูงขึ้น

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค.กล่าวว่า ได้ประเมินแนวโน้มราคาสินค้าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งน้ำมันและวัตถุดิบ ดังนี้

กลุ่มที่จะปรับราคาขึ้น 0-5% ได้แก่ กะทิสำเร็จรูป เครื่องปรุงรส เกลือป่น น้ำปลา ซอสหอยนางรม น้ำดื่มบริสุทธิ์ กาแฟสำเร็จรูปพร้อมดื่ม ชาสำเร็จรูปพร้อมดื่ม ผงซักฟอก น้ำยาล้างห้องน้ำ ถุงดำใส่ขยะ ถุงใส่ขยะ สบู่ถูตัว แชมพู แปรงสีฟัน ใบมีดโกน กระดาษชำระ ครีมนวดผม ผ้าอนามัย ผ้าอ้อมสำเร็จรูป (แพมเพิส) 

กลุ่มที่จะปรับราคาขึ้น 5-10% ได้แก่ น้ำมันพืช 

กลุ่มที่อาจขึ้นราคามากกว่า 10% ได้แก่ ซีอิ๊ว ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ กะปิ กาแฟผงสำเร็จรูป น้ำอัดลม น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน และยาสีฟัน

สำหรับมาตรการกำกับดูแลเงินเฟ้อ กระทรวงพาณิชย์จะดูแลสินค้าต้นทาง เช่น เม็ดพลาสติกที่เป็นวัตถุดิบผลิตสินค้าจำนวนมาก และกากถั่วเหลือง ที่เป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ให้อยู่ระดับเหมาะสม เพื่อควบคุมสินค้าปลายทางให้สะท้อนโครงสร้างราคาที่แท้จริง ขึ้นตามต้นทุนที่เหมาะสม ไม่ให้สินค้าทุกตัวเร่งราคาพร้อมกัน โ

รวมทั้งมีแผนการลดค่าครองชีพ อาทิ โครงการธงฟ้าที่ต้องเข้าถึงชุมชน โครงการไทยช่วยไทยที่คิกออฟไปแล้ว ต้องติดตามดูว่าประชาชนรับรู้จริง มีการซื้อสินค้าจริง เพื่อให้เป็นทางเลือกในการลดภาระค่าครองชีพ

 

จับตาสินค้า 3 กลุ่มขึ้นราคา สนค.หวั่นเงินเฟ้อไตรมาส 2 พุ่ง

สำหรับสถานการณ์อัตราเงินเฟ้อในเดือน มี.ค.2569 ที่ติดลบ 0.08% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว พบว่าราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศถูกจำกัดการขึ้นราคาจากมาตรการตรึงราคาช่วงครึ่งแรกเดือน มี.ค.2569 และการปรับลดค่าไฟฟ้ายังช่วยบรรเทาค่าครองชีพ ประกอบกับสินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นสต็อกเดิมจึงยังไม่ปรับขึ้นราคาในเดือน มี.ค.2569 

ขณะที่ราคาสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น จากเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหารสำเร็จรูปสำหรับราคาสินค้าและบริการกระทบภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก โดยอัตราเงินเฟ้อเดือน มี.ค.2569 ที่ติดลบ 0.08% มาจากปัจจัย ดังนี้

หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 0.34% จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงาน (ค่ากระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง) ของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว น้ำยาระงับกลิ่นกาย โฟมล้างหน้า ครีมนวดผม กระดาษชำระ) เสื้อผ้า (เสื้อยืดบุรุษ สตรี และเด็ก เสื้อเชิ้ตบุรุษและสตรี กางเกงขายาวบุรุษและสตรี) 

ค่าจ้างเหมาช่างไฟฟ้า และค่าห้องพักโรงแรม ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาสูงขึ้น อาทิ รถยนต์ ค่าเช่าบ้าน ค่าโดยสารเครื่องบิน (ต่างประเทศ) ค่าทัศนาจรต่างประเทศ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า และค่าบริการขนขยะ

จับตาสินค้า 3 กลุ่มขึ้นราคา สนค.หวั่นเงินเฟ้อไตรมาส 2 พุ่ง

หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.34% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟ (ร้อน/เย็น) กาแฟผงสำเร็จรูป เครื่องดื่มรสช็อกโกแลต) 

ปลาและสัตว์น้ำ (ปลาทู ปลาช่อน) ข้าวสารเจ้า ผักสด (มะนาว ต้นหอม ผักชี มะละกอดิบ ผักกาดขาว พริกสด มะเขือ) และผลิตภัณฑ์น้ำตาล (ขนมหวาน ไอศกรีม) 

ทั้งนี้ มีสินค้าหลายรายการราคาลดลง อาทิ เนื้อสุกร น้ำมันพืช ข้าวสารเหนียว ผลไม้สด (ทุเรียน แตงโม มะพร้าวอ่อน มะม่วง กล้วยหอม) และซอสหอยนางรม

สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก อยู่ที่ 0.57 เฉลี่ยไตรมาสแรกของปี 2569 ติดลบ 0.54%

ส่วนแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ไตรมาส 2 ปี 2569 จะกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสําคัญ โดยมีปัจจัยสนับสนุนสําคัญที่ผลักดันระดับราคาปรับสูงขึ้น ได้แก่ 

1.ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดที่สอดคลองกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เร่งตัวขึ้น จากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค

2.ราคาสินค้าเกษตรบางรายการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผักสดและไข่ไก่ที่ได้รับผลกระทบจากอากาศร้อนทำให้ผลผลิตลดลงบางช่วง ส่วนราคาเนื้อสัตว์สูงขึ้นทั้งเนื้อสุกรและเนื้อไก่ จากต้นทุนอาหารสัตว์และต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น 

3.ค่าโดยสารทางอากาศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัทั้งเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น ประกอบกับจํานวนเที่ยวบินระหว่างประเทศยังไม่กลับสู่ระดับปกติ 

4.แรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มส่งสัญญาณปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น

ส่วนปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ ภาครัฐดําเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระ ค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่ากระแสไฟฟ้า และราคาผลไม้สดที่สําคัญในประเทศยังพื้นตัวอย่างช้าๆ

ทั้งนี้ สนค.คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อจากสถานการณ์ที่ยังไม่ชัดเจนจากสงครามตะวันออกกลางจะยืดเยื้อและรุนแรงแค่ไหน โดยแบ่งเป็น 2 กรณี คือ 

กรณีที่ 1 ไตรมาสแรก ติดลบ 0.54% ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 3.67% ไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 2.24% และไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 2.48%

กรณีที่ 2 ไตรมาสแรก ติดลบ 0.54% ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 5.78% ไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 3.85% ไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 4.15%

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า  ขณะนี้ยืนยันไม่ได้ว่าเศรษฐกิจไทยเข้าภาวะถดถอย (Stagflation) แม้ราคาสินค้ายังอยู่ระดับสูงจากแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงาน การประเมินภาวะถดถอยต้องพิจารณาหลายปัจจัย เช่น การจ้างงาน การเติบโตของ GDP การลงทุนและการส่งออก

ทั้งนี้ สิ่งที่ชัดเจนที่สุดอยู่ที่ราคาสินค้ายังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน ส่วนปัจจัยด้าน GDP การส่งออก การลงทุนและการจ้างงานต้องติดตามต่อเนื่องเพื่อประเมินว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวมากน้อยเพียงใด

นอกจากนี้ ต้องจับตาความเสี่ยงภาวะ “Stagflation” หรือเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่เงินเฟ้อสูง ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญในการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ เนื่องจากเงินเฟ้อรอบนี้มีต้นตอจากต้นทุน โดยเฉพาะราคาพลังงานและปัจจัยด้านอุปทาน ดังนั้นการกำหนดมาตรการต้องรอบคอบและติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 จากเดิม 0.0-1.0% ค่ากลาง 0.5% เป็น 1.5-2.5% ค่ากลาง 2.0%