วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน 2569

Login
Login

จับตา ครม.นัดพิเศษ 11 เม.ย. จ่อเคาะงบกลางฯ เติมเงินบัตรคนจน - ช่วยภาคขนส่ง ถกเกณฑ์ออก พ.ร.บ.โอนงบฯ

จับตา ครม.นัดพิเศษ 11 เม.ย. จ่อเคาะงบกลางฯ เติมเงินบัตรคนจน - ช่วยภาคขนส่ง ถกเกณฑ์ออก พ.ร.บ.โอนงบฯ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9-10 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายตามขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญก่อนที่ ครม.ชุดใหม่จะมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน หลังจากที่มีการแถลงนโนบายฯเสร็จแล้วนายกรัฐมนตรีได้มีการกำหนดให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษทันที

 แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าในการประชุม ครม.นัดแรกหลังจากการแถลงนโยบายจะมีวาระเร่งด่วนที่จะเข้าสู่ที่ประชุม ครม.นัดพิเศษอย่างน้อย 2 เรื่องได้แก่ 1.การของบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเร่งด่วน วงเงินประมาณ 2.9 พันล้านบาท เพื่อใช้ในการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 13.4 ล้านคน วงเงินคนละ 100 บาท  โดยให้ใช้จ่ายภายใน 30 วัน ซึ่งการโอนเงินจะทำได้เร็วสุดภายในวันที่ 13 เม.ย. 

2.งบประมาณช่วยเหลือภาคขนส่งและโลจิสติกส์ 1,600 ล้านบาท ตามที่กระทรวงคมนาคมรายงานจะครอบคลุมทั้งรถบรรทุก 360,000 ราย รถโดยสารสาธารณะเกือบ 30,000 ราย รวมถึงรถตู้ แท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

 2.หลักเกณฑ์และกรอบเวลาในการทำ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ โดยสำนักงบประมาณจะออกหลักเกณฑ์ในการโอนงบประมาณจากหน่วยงานราชการเพื่อนำมารองรับวิกฤติพลังงานจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง โดยการโอนงบประมาณจากหน่วยงานราชการจะครอบคลุมรายการที่ไม่สามารถเบิกจ่าย จัดซื้อจัดจ้างได้ตามกำหนดระยะเวลา งบประมาณการเดินทางไปอบรมสัมมนาในต่างประเทศ รวมทั้งงบประมาณจากรายการที่มีการตั้งซ้ำซ้อนทุกปีงบประมาณแต่ไม่สามารถขับเคลื่อนโครงการให้สำเร็จได้จริง เป็นต้น โดยเมื่อมีการออกหลักเกณฑ์ในการโอนงบประมาณแล้วจะนำไปสู่การทำ พ.ร.บ.โอนงบประมาณตามขั้นตอน โดยการโอนงบประมาณที่ได้จะนำมาอยู่ในงบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็น พ.ศ.2569 เพื่อเตรียมไว้สำหรับเป็นงบประมาณในการรับมือวิกฤติและผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า การจัดทำร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ พ.ศ. ... เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่อยู่ระหว่างทำเกณฑ์การโอนงบประมาณจากแต่ละหน่วยงานเพื่อรวมกับงบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเร่งด่วน พ.ศ.2569 เพื่อใช้รองรับวิกฤติราคาน้ำมันแพง

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การโอนงบประมาณครั้งนี้เน้นงบประมาณที่เบิกจ่ายไม่ได้ตามระยะเวลากำหนด รวมทั้งงบประมาณอบรมสัมมนาในต่างประเทศที่มีมติ ครม.ให้ยกเว้น โดยการโอนงบประมาณต้องคำนึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น  อย่างไรก็ตามหากเป็นโครงการที่ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและเดินหน้าก่อสร้างโครงการแล้วจะไม่อยู่ในข่ายถูกโอนงบประมาณครั้งนี้ เพราะเป็นโครงการลงทุนที่มีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ขณะที่การจัดทำร่าง พ.ร.บ.การโอนงบประมาณจะแล้วเสร็จกลางปี 2569 ซึ่งต้องกำหนดหลักเกณฑ์การโอนงบประมาณเสนอ ครม.ก่อน คาดว่าจะเสนอ ครม.นัดแรกพิจารณารายละเอียดทันทีเพื่ออนุมัติทันที

ส่วนวงเงินการโอนงบประมาณครั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ระบุว่า วงเงินอาจไม่สูงเท่าการโอนงบประมาณช่วงวิกฤติโควิด-19 เพราะโควิด-19 ทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจเกือบทั้งหมดหยุดชะงัก เพราะสั่งล็อกดาวน์จึงทำให้ดึงงบประมาณจากแต่ละหน่วยงานได้กว่า 8 หมื่นกว่าล้านบาท แต่ครั้งนี้แต่ละหน่วยงานมีงบประมาณลงทุนที่จำเป็นต้องดำเนินการตามกำหนด และได้ทำสัญญาผูกพันไว้กับเอกชน

ก่อนหน้านี้ สำนักงบประมาณ ทำหนังสือถึงหัวหน้าหน่วยรับงบประมาณทุกแห่ง โดยระบุถึงแนวทางใช้จ่ายงบประมาณตามมาตรการการประหยัดพลังงานของรัฐบาล รวมถึงปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อนำมาใช้รับมือกับวิกฤติพลังงาน 

ทั้งนี้ ให้หน่วยรับงบประมาณปรับแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ 2569 โดยโอนงประมาณรายร่ายจ่าย โอนเงินจัดสรรหรือเปลี่ยนแปลงจัดสรรแล้วแต่กรณี หรือใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ เงินสะสม หรือเงินรายได้ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันหรือโครงการที่เกี่ยวข้องเป็นลำดับแรก

นอกจากนี้ในการประชุม ครม.วันที่ 11 เม.ย.สำนักงบประมาณจะนำเสนอปฏิทินการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่จะให้ ครม.ชุดใหม่ทบทวนกรอบการจัดทำงบประมาณ และรายละเอียดการจัดทำงบประมาณ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าในงบประมาณปี 2567 รัฐบาลมีความจำเป็นต้องจัดงบประมาณใหม่ ปรับลดงบประมาณรายจ่ายภาครัฐ และเพิ่มงบประมาณในการรับมือกับวิกฤติพลังงานที่สืบเนื่องมาจากการสงครามในตะวันออกกลาง

สำหรับเรื่องการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันการกู้เงินของกองทุนน้ำมัน 1.5 แสนล้านบาท กระทรวงการคลังให้ความเห็นว่าควรมีการชะลอไว้ก่อนเนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง

ก่อนหน้านี้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันการกู้เงินของกองทุนน้ำมันฯจะเป็นอำนาจของ ครม.ที่มีอำนาจเต็มหลังจากที่มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วสามารถที่จะพิจารณาได้เนื่องจากเกี่ยวกับการกู้เงินและการค้ำประกันเงินกู้ ครม.นัดพิเศษเมื่อวันที่ 6 เม.ย.จึงยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้

สำหรับวาระอื่นๆที่จะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.นัดพิเศษ เช่น 

สำนักงบประมาณเสนอปฎิทินงบประมาณ พ.ศ.2570  

สำนักงบประมาณเสนอหลักเกณฑ์ว่าด้วยการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ พ.ศ...  

กระทรวงพาณิชย์คุมราคาสินค้าผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทย"

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอเรื่องการร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภายังมิได้ ให้ความเห็นชอบตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  (หมายเหตุ : ต้องร้องขอต่อรัฐสภาภายในวันที่ 12 พ.ค.2569)  

สลค. เสนอแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการร่างอนุบัญญัติที่อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณา ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมาย และร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรีหรือที่ตรวจพิจารณาเสร็จแล้ว

สลค.เสนอเรื่องการมอบหมายให้นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อนุมัติ ให้ความเห็นชอบ หรือมีคำสั่งแทนคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับร่างพระราชกฤษฎีกา ที่ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญในความสัมพันธ์กับรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการอันจำกัด ตามมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ 2548 

สลค. เสนอแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการตามมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะ ขององค์กรอิสระ และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับญัตติ รายงาน และข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา