เงินเฟ้อ มี.ค.ติดลบ 0.08% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 คาดไตรมาส 2 กลับมาเป็นบวกจากราคาพลังงานสูงขึ้น ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีจาก 0.0-1.0% เป็น 1.5-2.5% ชี้สินค้า 8 รายการทยอยปรับขึ้น
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าหรือ สนค. กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เงินเฟ้อเดือนมี.ค.69 ติดลบ 0.08% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 แต่เป็นการปรับลดลงในอัตราที่ชะลอตัว แม้จะมีสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าสำคัญหยุดชะงัก และทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเร่งตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศยังถูกจำกัดการปรับเพิ่มขึ้นจากมาตรการตรึงราคาในช่วงครึ่งเดือนแรก และการปรับลดค่ากระแสไฟฟ้ายังคงช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ ประกอบกับสินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นสต๊อกเดิม จึงยังไม่มีการปรับขึ้นราคาในเดือนมี.ค. ขณะที่ราคาสินค้าในกลุ่มอาหาร และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น จากเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหารสำเร็จรูป สำหรับราคาสินค้า และบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
เงินเฟ้อเดือนมี.ค.ที่ติดลบ 0.08% มาจากหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหาร และเครื่องดื่ม ลดลง 0.34% จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงาน (ค่ากระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง)
ของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว น้ำยาระงับกลิ่นกาย โฟมล้างหน้า ครีมนวดผม กระดาษชำระ) เสื้อผ้า (เสื้อยืดบุรุษ สตรี และเด็ก เสื้อเชิ้ตบุรุษ และสตรี กางเกงขายาวบุรุษและสตรี)
ค่าจ้างเหมาช่างไฟฟ้า และค่าห้องพักโรงแรม ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาสูงขึ้น อาทิ รถยนต์ ค่าเช่าบ้าน ค่าโดยสารเครื่องบิน (ต่างประเทศ) ค่าทัศนาจรต่างประเทศ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า และค่าบริการขนขยะ
หมวดอาหาร และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.34% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟ (ร้อน/เย็น) กาแฟผงสำเร็จรูป เครื่องดื่มรสช็อกโกแลต) ปลา และสัตว์น้ำ (ปลาทู ปลาช่อน)
ข้าวสารเจ้า ผักสด (มะนาว ต้นหอม ผักชี มะละกอดิบ ผักกาดขาว พริกสด มะเขือ) และผลิตภัณฑ์น้ำตาล (ขนมหวาน ไอศกรีม) อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการราคาลดลง อาทิ เนื้อสุกร น้ำมันพืช ข้าวสารเหนียว ผลไม้สด (ทุเรียน แตงโม มะพร้าวอ่อน มะม่วง กล้วยหอม) และซอสหอยนางรม
สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เมื่อหักอาหารสด และพลังงานออก อยู่ที่ 0.57% เฉลี่ยไตรมาสแรกของปี 2569 ติดลบ 0.54%
นอกจากนี้ สนค.ได้สรุปการปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงที่ผ่านมารวม 8 รายการ ดังนี้
1.เนื้อสุกร เนื้อสุกรบด สุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม (กทม.-ปริมณฑล) จาก 70 บาท/กก. เป็น 72 บาท/กก. มีน้ำหนักในตระกร้าเงินเฟ้อ 1.88% มีผล 30 มี.ค.2569
2.ไข่ไก่ ขึ้นราคา 6 บาท/แผง มีน้ำหนักในตระกร้าเงินเฟ้อ 0.74% มีผล 28 มี.ค.2569
3.ไข่เป็ด ขึ้นราคา 6 บาท/แผง มีน้ำหนักในตระกร้าเงินเฟ้อ 0.02% มีผล 30 มี.ค.2569
4.ค่าโดยสารเครื่องบิน เพิ่มขึ้น 10-20% มีน้ำหนักในตระกร้าเงินเฟ้อ 0.04% มีผล 1 เม.ย.2569
5.เรือด่วนเจ้าพระยา เรือทุกประเภทขึ้น 2 บาท มีน้ำหนักในตระกร้าเงินเฟ้อ 0.00% มีผล 30 มี.ค.2569
6.เรือคลองแสนแสบ ขึ้นจาก 11-21 บาท เป็น 13-23 บาท มีน้ำหนักในตระกร้าเงินเฟ้อ 0.00% มีผล 30 มี.ค.2569
7.พัสดุไปรษณีย์ ขึ้นราคา 3 บาท (ชั่วคราว) มีน้ำหนักในตระกร้าเงินเฟ้อ 0.06% มีผล 1 เม.ย.2569
8.เบียร์ ขึ้นราคา 5 บาท/ลัง (50 สตางค์/ขวด) มีน้ำหนักในตระกร้าเงินเฟ้อ 0.54% มีผล 28 มี.ค.2569
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า สำหรับเดือนเม.ย. คาดว่า เงินเฟ้อจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้ โดย สนค.ได้คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ รายปี และรายไตรมาส ปี 2569 เป็น 2 กรณี คือ
กรณีที่ 1 ไตรมาสแรก - 0.54% ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 3.67% ไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 2.24% ไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 2.48%
กรณีที่ 2 ไตรมาสแรก - 0.54% ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 5.78% ไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 3.85% ไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 4.15%
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 จากเดิมระหว่าง 0.0% - 1.0% ค่ากลาง 0.5% เป็นระหว่าง 1.5% - 2.5% ค่ากลาง 2.0%
ขณะที่แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 คาดว่าจะกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสําคัญ โดยมีปัจจัย สนับสนุนสําคัญที่ผลักดันระดับราคาให้ปรับสูงขึ้น ได้แก่
1. ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดที่สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เร่งตัวขึ้น จากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค
2.ราคาสินค้าเกษตรบางรายการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตะวันออกกลาง รวมถึงความเสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยเฉพาะผักสด และไข่ไก่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน ส่งผลให้ผลผลิตลดลงในบางช่วง
3. ราคาเนื้อสัตว์ ปรับสูงขึ้น ทั้งเนื้อสุกร และเนื้อไก่ จากต้นทุนอาหารสัตว์ และต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น
4. ค่าโดยสารทางอากาศปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ทั้งเสนอทางภายในประเทศ และระหว่างประเทศ จากผลของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ประกอบกับจํานวนเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ยังไม่กลับสู่ระดับปกติ และ
5. แรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มส่งสัญญาณปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบ และค่าขนส่ง ที่เพิ่มขึ้น
สําหรับปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่
1. ภาครัฐดําเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระ ค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่ากระแสไฟฟ้า
2. ราคาผลไม้สดที่สําคัญในประเทศยังพื้นตัวอย่างช้าๆ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





