นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบันว่าตนเองมีความต้องใจที่จะผลักดันเรื่องของกฎหมายสำคัญได้แก่
1.พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายสำคัญที่ต้องปรับปรุงให้มีความทันสมัยเนื่องจากในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยประเทศไทยจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ ร่างกฎหมายต่างๆ ทาง ก.พ.ร. ได้จัดทำเสร็จสิ้นหมดแล้ว และรอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
2.ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการอำนวยความสะดวกและการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน ซึ่งถือเป็นระบบหลักของ Super license ให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน โดยกฎหมายฉบับนี้อยู่ในชั้นของสภา ซึ่งรัฐบาลอาจต้องมีการดึงเรื่องกลับมาเพื่อให้มีมติ ครม.ในการยืนยันเรื่อง และเมื่อเสนอต่อสภาฯอาจจะมีการตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อปรับแก้ไขเนื้อหาเพียงเล็กน้อยและขอความเห็นชอบจากรัฐสภาเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป
นายปกรณ์กล่าวต่อว่าในการทำงานยังจะให้ความสำคัญกับการผลักดันให้ประเทศไทยยกระดับกฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆให้สอดคล่องกับหลักการสากล ตามเกณฑ์ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่ประเทศไทยยื่นขอเป็นสมาชิกแล้ว เนื่องจากมองว่าหากประเทศไทยไม่ปรับเปลี่ยนมาตรฐานให้เป็นหลักสากล จะไม่สามารถก้าวทันโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว และจะไม่สามารถดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในประเทศได้ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น
“เรื่องกิโยตินกฎหมายผมคงไม่ได้ทำแต่ผมจะทำเรื่องของการพัฒนากฎหมาย แก้กฎหมายให้ทันสมัย เป็นไปตามกติกาสากล ซึ่งในเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญในการจะเข้า OECD เพราะโลกไปในทิศทางนี้ เราอยู่แบบเดิมไม่ได้ ถ้าเราไม่ทำตาม นักลงทุนบอกว่าเขาไม่มาแล้วนะ แบบนี้ก็จบแล้วเราจึงต้องทำเรื่องต่างๆเหล่านี้ให้ดีมีมาตรฐานมากขึ้น”นายปกรณ์ กล่าว





