วันอังคาร ที่ 7 เมษายน 2569

Login
Login

ลุ้นบ่ายนี้! 'เอกนัฏ' งัด พ.ร.ก.คุมโรงกลั่น สั่งหั่นราคา 2 บาท

ลุ้นบ่ายนี้! 'เอกนัฏ' งัด พ.ร.ก.คุมโรงกลั่น สั่งหั่นราคา 2 บาท

"เอกนัฏ" งัดอำนาจตาม พ.ร.ก. บีบโรงกลั่นลดค่าการกลั่นลง 2 บาทต่อลิตร เพื่อลดราคาหน้าสถานีบริการ จับตาถกตอนบ่ายวันนี้

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยว่าบ่ายวันนี้ (7 เม.ย.2569) จะหารือกับโรงกลั่น ทั้ง 6 แห่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงแนวทางการกำหนดค่าการกลั่นที่เหมาะสมในภาวะวิกฤต โดยดึงโรงกลั่นเข้ามารับผิดชอบ ด้วยการลดค่าการกลั่นนำไปลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มลง หลังจากค่าการกลั่นเดือนมี.ค.อยู่ที่ 7.23 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้นจากเดือนก.พ.อยู่ที่ 2.09 บาท/ลิตร 

ทั้งนี้ หากโรงกลั่นให้ความร่วมมือส่งเงินกำไรส่วนเกินคืนกลับมา ก็จะสามารถนำมาลดราคาหน้าปั๊มลงทันที เพราะเราจะไม่นำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปชดเชยราคาดีเซลแล้ว

“ถ้าโรงกลั่นไม่ให้ความร่วมมือ จะใช้อาศัยอำนาจตาม พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ในฐานะประธาน กบง. สั่งให้โรงกลั่น กดราคาหน้าโรงกลั่นลง 2 บาท/ลิตร ทันทีก่อนเลย นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการใช้อำนาจตามพ.ร.ก.นี้ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

ส่วนค่าการกลั่นเดือนเม.ย.ที่พุ่งไปอยู่ที่ 15.99 บาท/ลิตร สูงขึ้นผิดปกติอย่างมีนัยยะสำคัญ อาจจะดูเป็นรอบสัปดาห์ ถ้าโรงกลั่นไม่สามารถอธิบายต้นทุนนำเข้าน้ำมันดิบ ค่าการกลั่น ค่าประกันความเสี่ยงได้ชัดเจน แล้วโรงกลั่นยังมีกำไรส่วนเกิน จะให้โรงกลั่นกดราคาหน้าโรงกลั่นลงอีก ถ้าโรงกลั่นไม่ยอม แล้วจำเป็นต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ก็ต้องใช้ เพื่อแก้ไขภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง และดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมันในช่วงวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นขณะนี้ ไม่ได้มาจากต้นทุนน้ำมันที่นำเข้าแพงขึ้นเท่านั้น แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังทำให้ทั่วโลกมีความต้องการน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปมากกว่าปกติ แต่ประเทศไทยมีโรงกลั่นของตัวเอง ไม่ได้นำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป ดังนั้น ในสถานการณ์เช่นนี้ 6 โรงกลั่นต้องแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่บีบให้คนไทยต้องใช้ราคาน้ำมันดีเซลที่กลั่นเองในราคาอ้างอิงตามตลาดสิงคโปร์ซึ่งเป็นราคาที่แพงมาก และแพงกว่าราคาาน้ำมันดิบอีก

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การนำเข้าน้ำมันดิบไม่เข้ามาตามที่กำหนดในเดือนพ.ค. จะประเมินความจำเป็นในการใช้มาตรการประหยัดพลังงานอย่างจริงจังเป็นรูปธรรมมากขึ้น หลังเทศกาลสงกรานต์นี้ เช่น การกำหนดเวลาเปิด/ปิดห้างสรรพสินค้า ปั๊มน้ำมัน เพื่อลดการใช้พลังงานในประเทศ เป็นต้น