นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน ได้หารือและรับทราบรายงานแล้วว่ามีค่าส่วนต่างกำไรของโรงกลั่นที่เกินมาอยู่จริง โดย ครม. ได้เห็นชอบให้เดินหน้าตามแนวทางเจรจากับโรงกลั่นเพื่อขอคืนส่วนต่างดังกล่าว สำหรับนำมาใช้ช่วยเหลือประชาชน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้คณะกรรมการชุดใหม่ ซึ่งมีปลัดกระทรวงพลังงานทำหน้าที่เป็นเลขาธิการ เข้ามาดูแลและพิจารณาวิธีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม
โดยหลักการสำคัญคือการคำนวณกำไรส่วนต่างจะต้องสะท้อนจากต้นทุนที่แท้จริงของสต๊อกน้ำมันเก่า ไม่สามารถใช้วิธีคิดประเมินราคาความผันผวนแบบวันต่อวันได้ แต่จะใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ยทั้งเดือนเพื่อดูว่าโรงกลั่นมีกำไรส่วนต่างเกินมาเท่าใด อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวไม่สามารถใช้วิธีการบีบบังคับโรงกลั่นได้ แต่จะต้องใช้วิธีการพูดคุยเจรจาเป็นหลัก
สำหรับรูปแบบและวิธีการคืนกำไรนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีข้อกำหนดที่ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร แต่อำนาจของคณะกรรมการสามารถกำหนดรูปแบบการชดเชยได้หลายแบบ เช่น การขอให้โรงกลั่นคืนส่วนต่างมาในรูปแบบของเงิน หรือคืนมาเป็นสต๊อกน้ำมัน นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงแนวทางการแก้ปัญหาในระยะยาว ซึ่งในอนาคตอาจจะมีการนำอำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกำหนดรูปแบบในการชดเชย หรือใช้วิธีช่วยชดเชยให้โรงกลั่นเป็นรูปแบบอื่นทดแทน ในกรณีที่โรงกลั่นต้องเผชิญกับภาวะขาดทุน
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ กล่าวว่า ที่ประชุมครม. นัดพิเศษ ได้รับทราบรายงานเรื่องมาตรการพลังงาน ทั้งการใช้อำนาจนายกฯ ตามพ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ในการเข้าไปดูโครงสร้างราคาน้ำมันและค่าการกลั่น โดยขอให้กระทรวงพลังงานรับไปพิจารณา
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่าวันนี้คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานได้รายงานผลการประชุมให้ ครม. รับทราบ เรื่องการขอให้โรงกลั่นน้ำมันส่งกำไรส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ผมในฐานะ รมว.พลังงาน ไปดำเนินการต่อ
“พรุ่งนี้ (7 เม.ย. 69) ในช่วงเช้าที่ผมเข้ากระทรวงจะเรียกโรงกลั่นน้ำมันเข้ามาหารือทันที จากนั้นในช่วงเวลา 13.00 น. ผมจะนำเรื่องเพื่อหารือในวงคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่ผมเป็นประธานในทันที”
ส่วนเพดานค่าการกลั่นนั้นในปัจจุบันสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ใช้ค่าการกลั่นในสถานการณ์ปกติ ซึ่งวันนี้เป็นสถานการณ์ผิดปกติทำให้ราคาแพงขึ้น ซึ่งบางส่วนที่แพงขึ้นเพราะเป็นพรีเมียม ในช่วงสถาการณ์ปกติราคาค่าการกลั่นอยู่ที่ 2 บาทกว่าไม่เกิน 3 บาท ในช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมา แต่ในช่วงเดือนมี.ค. 2569 ราคาค่าการกลั่นขึ้นสูงมาถึง 7 บาท และเข้ามาในช่วงเดือนเม.ย. นี้ ไม่กี่วันราคาขึ้นมา 16-17 บาท
ทั้งนี้ในวันที่ 7 เม.ย. จะนำตัวเลขจริงทั้งหมดมาดู วันนี้ประเทศไทยต้องเลิกใช้ตัวเลขทิพย์ ตัวเลขในใจมากำนหนดเพดานค่าการกลั่นได้แล้ว





