วันนี้ (6 เม.ย. 2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 21.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) ว่าขณะนี้สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอันเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำคัญของโลกทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งสิ่งพลอยได้จากการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เช่น ปุ๋ย เม็ดพลาสติก ในตลาดโลกปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยซึ่งต้องนำเข้าพลังงานจากแหล่งตะวันออกกลางถึงประมาณ 50%
ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นตามลำดับ และยกระดับสู่การโจมตีแหล่งผลิต โรงกลั่น คลังน้ำมัน และระบบขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วภูมิภาค เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ในอนาคตเหตุการณ์ความขัดแย้งจะยุติลง แต่โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคตะวันออกกลางยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูให้กลับมาผลิตได้ตามปกติ ดังนั้น ราคาพลังงานและการขาดแคลนผลิตภัณฑ์จากปิโตรเคมีจะยังคงดำรงอยู่อีกระยะหนึ่ง
นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลเลือกที่จะแถลงข้อเท็จจริงนี้ต่อพี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และพร้อมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่อไป ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทุกคนจะทำงานหนัก เพื่อแก้ปัญหา ช่วยเหลือ และรักษาประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนให้สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้
โดยสิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ 1. ปรับลดงบประมาณในส่วนของภาครัฐ เพื่อนำงบประมาณมาใช้ช่วยเหลือลดผลกระทบให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นลำดับแรก
2. ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน และค่าไฟฟ้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับพี่น้องประชาชน โดยเร็วที่สุด
และ 3. จัดมาตรการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส โครงการไทยช่วยไทยการจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกกลุ่ม และ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
“เรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบในระดับโลก ต้องยอมรับความจริง และต้องร่วมกันปรับเปลี่ยนเพื่อให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ ความสามัคคีของคนในชาติเป็นต้นทุนทางสังคมที่สำคัญที่สุดในยามนี้ เชื่อว่าความร่วมมือของพี่น้องประชาชนทุกคนจะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตินี้ และอยู่กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคตได้” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวถึงประเด็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาพลังงาน โดยเฉพาะการใช้พระราชกำหนดแก้ไข และป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ว่า กรณีดังกล่าวขอให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน แจ้งมาก่อนว่าถ้ามีความจำเป็นต้องใช้อำนาจนายกฯ ตามพ.ร.ก.ฉบับนี้ ก็พร้อมดำเนินการตามขอบเขตอำนาจที่มีอยู่ เพื่อลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
ส่วนการประชุม ครม.วันนี้หารือเรื่องการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันหรือไม่ นายกฯ ยอมรับว่า รองนายกฯ เอกนิติ กำลังพิจารณา โดยเมื่อทุกอย่างเป็นรูปธรรมหลังจากรัฐบาลได้แถลงนโยบายแล้วจะได้รับการปฏิบัติโดยเร็ว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





