วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน 2569

Login
Login

จับตาประชุม ครม.นัดพิเศษวันนี้ตรวจร่างนโยบายฯ - 'เอกนิติ' รายงานผลหารือดึงกำไรโรงกลั่นโปะกองทุนน้ำมันฯ

จับตาประชุม ครม.นัดพิเศษวันนี้ตรวจร่างนโยบายฯ - 'เอกนิติ' รายงานผลหารือดึงกำไรโรงกลั่นโปะกองทุนน้ำมันฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่าวันนี้ (6 เม.ย.) เวลา 19.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะนำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ที่ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งฯเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุม ครม.นัดพิเศษในทันที ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล

              ทั้งนี้วาระสำคัญในการประชุม ครม.นัดพิเศษในครั้งนี้เพื่อให้ ครม.ชุดใหม่ได้รับทราบร่างคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่จะมีการแถลงในวันที่ 9 – 10 เม.ย.นี้ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายตามรัฐธรรมนูญก่อนที่นายกรัฐมนตรี และครม.ชุดใหม่จะมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ

สำหรับคำแถลงนโยบายที่จะนำเข้าสู่การประชุม ครม.ในครั้งนี้มีทั้งหมด 19 หน้า แบ่งเป็นนโยบาย 5 ด้านได้แก่นโยบายด้านเศรษฐกิจ นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง นโยบายด้านสังคม นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม นโยบายด้านการบริหารภาครัฐ และการปฏิรูปกฎหมาย

นอกจากนี้ในคำแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรีจะพูดถึงความสำเร็จของนโยบาย Quick Big Win ที่ดำเนินการตั้งแต่รัฐบาลที่ผ่านมา โดยจะมีการดำเนินการมาตรการที่ต่อเนื่องจากรัฐบาลก่อนอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาสถานการณ์วิกฤติพลังงาน และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

ทั้งนี้ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลได้ชี้ให้เห็นถึงวิกฤติที่ช่วงเวลาที่โลกมีความไม่แน่นอนสูงอันเป็นผลจากสถานการณ์ ความขัดแย้งอย่างรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น ทำให้การผลิต การขนส่งน้ำมันดิบและ ก๊าซธรรมชาติของโลกอยู่ในภาวะชะงักงัน ปริมาณน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกลดลง สวนทางกับความต้องการ ทำให้เกิดความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงและราคาพลังงานโดยมีแนวโน้มที่ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศ และการจัดหาพลังงานในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย และสถานการณ์นี้ไม่อาจ คาดหมายได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใดและในทิศทางใด

ที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้ความพยายามในการบริหาร จัดการสถานการณ์เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับพี่น้องคนไทยผ่านกลไกของรัฐที่มีอยู่ภายใต้อำนาจ และหน้าที่ของรัฐบาลรักษาการ อาทิ การยกระดับบริการกงสุลเพื่อคุ้มครองดูแลคนไทยใน ต่างประเทศการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอกับความต้องการใช้ของประเทศ

การบริหารจัดการ ปัจจัยการผลิตที่สำคัญทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ความขัดแย้งโดยเฉพาะวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตที่มีต้นทุนผูกพันกับราคาพลังงาน อาทิ ปุ๋ยเคมี สารเคมีอุตสาหกรรม และวัตถุดิบปิโตรเคมี เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรต้องแบกภาระต้นทุน ที่เพิ่มสูงขึ้นจนกระทบต่อความสามารถในการผลิตและการแข่งขันของประเทศ

การบริหารสถานการณ์ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงาน ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อลดปริมาณ การนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มความต้องการสินค้าและวัสดุเหลือใช้ ทางการเกษตร ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย รวมทั้งการดำเนินมาตรการประหยัดพลังงาน ในหน่วยงานภาครัฐ

คตร.รายงานผลหารือขอกำไรโรงกลั่น

นอกจากนี้ในการประชุม ครม.นัดพิเศษของรัฐบาลในครั้งนี้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตร และรมว.คลังในฐานะประธาน คณะกรรมการตรวจสอบโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) จะรายงานให้ ครม.รับทราบถึงผลการหารือกับธุรกิจโรงกลั่นในการขอให้นำส่งกำไรส่วนเกินจากการดำเนินการจากช่วงที่ค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นสูงส่งเข้าสู่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อนำไปใช้ลดราคาหน้าปั๊ม

นอกจากนั้นกระทรวงพลังงาน จะรายงานความพร้อมของกองทุนบริหารน้ำมันเชื้อเพลิงในการกู้เงินเพื่อมาชดเชยสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันฯที่ปัจจุบันติดลบแล้วกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งต้องมีแหล่งเงินเข้ามาเพิ่มเติมในการบริหารและดูแลราคาขายน้ำมันในประเทศ

ทั้งนี้หลังจากมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาฯตามขั้นตอนแล้วในสัปดาห์หน้านายกรัฐมนตรีจะเรียกประชุม ครม.นัดพิเศษอีกครั้งในวันที่ 11 เม.ย.เพื่ออนุมัติงบประมาณและโครงการสำคัญเพื่อช่วยเหลือ บรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนในกลุ่มต่างๆ ซึ่งกระทรวงต่างๆได้ทำมาตรการเพื่อเตรียมเสนอให้ ครม.พิจารณาแล้ว