วันนี้ (4 เม.ย. 2569) ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติลดการชดเชยอัตราเงินกองทุนน้ำมันในส่วนของน้ำมันดีเซล B7 ลง 2.61 บาทต่อลิตร จากเดิม 20.71 บาทต่อลิตร เป็น 18.10 บาทต่อลิตร และลดการชดเชยน้ำมันดีเซล B20 ลง 2.61 บาทต่อลิตร จากเดิม 22.22 บาทต่อลิตร เป็น 19.61บาทต่อลิตร
เพื่อลดเงินไหลออกจาก 1,708.75 ล้านบาทต่อวัน เป็น 1,496.72 ล้านบาทต่อวัน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B7 สูงขึ้น 2.80 บาท/ ลิตร จาก 47.74 เป็น 50.54 บาทต่อลิตร
และน้ำดีเซล B20 เพิ่มขึ้น 2.80 บาท/ลิตร จาก 42.75บาท/ลิตร เป็น 45.54 บาทต่อลิตร เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและรักษาความมั่นคงทางสภาพคล่องของกองทุนฯ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. เป็นต้นไป
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ กบน. ต้องตัดสินใจปรับลดการชดเชยมาจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังคงอยู่ในระดับวิกฤต การปรับลดการชดเชยและปล่อยให้ราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น จึงเป็นแนวทางที่จำเป็นเพื่อสร้างความสมดุลให้กับกองทุนน้ำมันฯ ในระยะยาว
ซึ่งการลดการชดเชยในครั้งนี้ส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ มีค่าใช้จ่ายลดลงประมาณวันละ 212.03 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายจ่ายประมาณวันละ 1,708.75 ล้านบาท เป็นมีรายจ่ายวันประมาณวันละ 1,496.72 ล้านบาท ล่าสุดกองทุนน้ำมันฯ แบกหนี้กว่า 50,000 ล้านบาท
PTT Station ปรับราคาขายปลีกน้ำมัน กลุ่มดีเซลทุกชนิด เพิ่มขึ้น 2.80 บาทต่อลิตร เว้นพรีเมียมดีเซล เพิ่มขึ้น 6.50 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันชนิดอื่นคงเดิม มีผล 5 เม.ย. 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป โดยราคาขายปลีกจะเป็นดังนี้
- ULG = 52.54 บาท,
- GSH95 = 43.95 บาท
- E20 = 38.95 บาท
- E85 = 34.89 บาท
- GSH91 = 43.58 บาท
- พรีเมี่ยม GSH95 = 53.04 บาท
- HSD B7 = 50.54 บาท
- HSD B20 = 45.54 บาท
- พรีเมียมดีเซล = 70.44 บาท
โดยราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร





