กรมการค้าภายใน แจงมาตรการคุมเข้มสินค้าควบคุมเพิ่ม 3 รายการ “เม็ดพลาสติก–ซอส–น้ำดื่ม” สกัดต้นทุนพุ่ง พร้อมติดตามสต็อก-ปริมาณใกล้ชิด หวังตรึงเสถียรภาพตลาด ลดภาระค่าครองชีพประชาชน กันผลกระทบลามสู่สินค้าปลายทางในวงกว้าง
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลกที่ส่งผลให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบในตลาดโลกมีความผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เริ่มส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าและค่าครองชีพของประชาชน กรมการค้าภายในจึงเร่งดำเนินมาตรการกำกับดูแลเชิงโครงสร้าง โดยมุ่งควบคุมวัตถุดิบต้นน้ำและโครงสร้างราคา เพื่อป้องกันไม่ให้ผลกระทบลุกลามไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในวงกว้าง
คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้ใช้มาตรการทางกฎหมายควบคู่กับการติดตามสถานการณ์ โดยกำหนดสินค้า 3 รายการ ได้แก่ เม็ดพลาสติก ซอสปรุงรส และน้ำดื่มบรรจุขวด เป็นสินค้าควบคุม เนื่องจากเป็นวัตถุดิบสำคัญที่มีผลต่อโครงสร้างต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคในวงกว้าง เพื่อป้องกันการปรับราคาที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริงและรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าในตลาด
ขณะเดียวกัน กรมการค้าภายในได้เชิญผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบหลักเข้าหารืออย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามข้อมูลด้านสต็อก ปริมาณสินค้า ต้นทุน และทิศทางตลาดอย่างใกล้ชิด ทำให้ภาครัฐสามารถมองเห็นภาพรวมของห่วงโซ่อุปทาน และนำข้อมูลมาบริหารจัดการเชิงนโยบายได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงการขาดแคลนสินค้าและการปรับราคาที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง
นายวิทยากร กล่าวว่า สำหรับเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์ ได้กำหนดมาตรการกำกับดูแลครอบคลุมเม็ดพลาสติกประเภท PE, PP และ PET ซึ่งใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดพลาสติก ถุงพลาสติก ฝาบรรจุภัณฑ์ และแกลลอน
โดยกำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย และผู้ซื้อเพื่อนำไปผลิต ต้องรายงานข้อมูลราคาซื้อ ราคาจำหน่าย ปริมาณการผลิต การนำเข้า การใช้ และปริมาณคงเหลือต่อกรมการค้าภายใน ทุกสัปดาห์ตามประกาศ เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามโครงสร้างต้นทุนได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถดำเนินมาตรการได้ทันก่อนส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าปลายทาง
ในส่วนของซอสปรุงรสและน้ำดื่มบรรจุขวด กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านปริมาณสินค้าและการเปลี่ยนแปลงราคา หากพบสัญญาณการขาดแคลนสินค้า หรือเกิดความผันผวนของราคาที่มีนัยสำคัญ สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการได้ทันที เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดและคุ้มครองผู้บริโภค
นายวิทยากร กล่าวว่า นอกจากนี้ คณะกรรมการ กกร. ยังได้ติดตามสินค้าเกษตรสำคัญ ได้แก่ มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์ ปลากะพง และกากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันผลกระทบด้านราคาและรายได้ของเกษตรกร โดยกรณีมะพร้าวผลอ่อนพบการใช้สิ่งเจือปนแทนน้ำมะพร้าวแท้ ส่งผลให้ความต้องการใช้วัตถุดิบจริงในอุตสาหกรรมส่งออก
โดยเฉพาะตลาดจีนลดลง ทำให้ราคามะพร้าวภายในประเทศปรับตัวลดลง ขณะที่ปลากะพงมีการติดตามการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้เลี้ยงปลาไทย และกากถั่วเหลืองได้มีการกำกับดูแลปริมาณเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ
“สินค้าทั้ง 3 รายการดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณากำหนดเป็นสินค้าควบคุมต่อไป โดยกรมการค้าภายในจะเดินหน้ากำกับดูแลโครงสร้างราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ราคาสินค้าเป็นธรรม ระบบตลาดมีเสถียรภาพ และลดภาระค่าครองชีพของประชาชนท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก” นายวิทยากร กล่าว





