วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

'อุตสาหกรรมเหล็ก' อั้นไม่ไหว! ขึ้นราคาทุกประเภทล็อตแรก 10-15%

'อุตสาหกรรมเหล็ก' อั้นไม่ไหว! ขึ้นราคาทุกประเภทล็อตแรก 10-15%

อุตสาหกรรมเหล็กไทยเผชิญแรงกดดันต้นทุนรอบด้าน จนไม่อาจตรึงราคาไว้ได้อีกต่อไป หลังผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ดันต้นทุนพลังงาน-ขนส่ง-ค่าไฟพุ่ง ผู้ประกอบการประกาศปรับขึ้นราคาเหล็กทุกประเภทระลอกแรก 10-15% ภายในเดือนเม.ย. พร้อมส่งสัญญาณอาจต้องปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนพ.ค. หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก เปิดเผยว่า แม้ผู้ประกอบการจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้กระทบผู้บริโภค แต่สถานการณ์ปัจจุบันเกินกว่าจะรับไหว จำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าเหล็กทุกประเภทในอัตรา 10-15% ภายในเดือนเมษายน 2569 นี้

“เหตุการณ์สงครามตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ และดูแล้วไม่น่าจะจบในเร็ววัน ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงต้องปรับราคาขึ้นก่อนในระลอกแรก และมีโอกาสจะปรับขึ้นอีกครั้งในระยะถัดไป แต่จะมากน้อยแค่ไหนต้องรอประเมินต้นทุนอีกครั้ง”

โครงสร้างอุตสาหกรรมไทย “พึ่งนำเข้า” ดันต้นทุนพุ่ง

นายนาวา กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหล็กของไทยไม่ได้เป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำ เนื่องจากไม่มีแร่เหล็กในประเทศ จึงต้องนำเข้า “เศษเหล็ก” จากต่างประเทศเพื่อนำมาหลอมและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ เช่น เหล็กเส้น เหล็กลวด เหล็กแผ่น เหล็กโครงสร้าง และเหล็กเกรดพิเศษที่ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างและยานยนต์

การพึ่งพาการนำเข้าดังกล่าว ทำให้ต้นทุนผันผวนตามปัจจัยภายนอกทันที โดยเฉพาะค่าขนส่ง ที่พุ่งขึ้นตามราคาพลังงานโลก ส่งผลให้ต้นทุนรวมของอุตสาหกรรมเหล็กปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“4 เด้ง” ต้นทุนถาโถม อุตสาหกรรมรับไม่ไหว

นายนาวา กล่าวว่า ผู้ประกอบการเหล็กกำลังเผชิญแรงกดดันต้นทุนถึง 4 ด้านพร้อมกัน หรือที่เรียกว่า “โดน 4 เด้ง” ได้แก่

เด้งที่ 1 ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น จากราคาพลังงานที่พุ่งสูง

เด้งที่ 2 ต้นทุนพลังงานในกระบวนการผลิต แม้โรงงานส่วนใหญ่ใช้ “น้ำมันเตา” ซึ่งถูกกว่าดีเซล แต่ก็มีแนวโน้มปรับขึ้น

เด้งที่ 3 ค่าระวางเรือ ที่ปรับตัวสูงขึ้นมากจากความผันผวนของตลาดโลก

เด้งที่ 4 ค่าไฟฟ้า ที่กำลังจะปรับขึ้นในระยะถัดไป

“เราต้องปรับราคาเป็น 2 ระลอก ระลอกแรก 10-15% ภายในเดือนเม.ย.นี้แน่นอน ส่วนเดือนพ.ค.ต้องกลับมาดูอีกครั้งว่าต้นทุนจะขึ้นไปอีกเท่าไร หรือจะอั้นการปรับขึ้นไว้ก้อนใหญ่ในรอบสอง ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในอนาคต”

ยังไม่ลดคน เหตุโครงการรัฐยังพยุงดีมานด์

นายนาวา กล่าวย้ำว่า แนวโน้มสงครามที่ยังไม่ยุติ รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทำให้ราคาสินค้าโดยรวมปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง

“สงครามมันไม่หยุดง่ายๆ ประธานาธิบดี Donald Trump ก็ประกาศศึกทุกวัน ของแพงขึ้นหมด ทุกอย่างแพงขึ้น เราก็เหนื่อยกันมาก”

ในด้านการจ้างงาน ภาคอุตสาหกรรมเหล็กยังไม่จำเป็นต้องปรับลดจำนวนแรงงานในระยะนี้ เนื่องจากยังมีโครงการก่อสร้างภาครัฐที่ทยอยเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กในประเทศยังคงอยู่ในระดับที่รองรับการผลิตได้

อย่างไรก็ตาม แม้ดีมานด์ยังมีอยู่ แต่ผู้ประกอบการยังคงต้องการให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ เพื่อประคองอุตสาหกรรมในช่วงต้นทุนพุ่งสูง

เรียกรัฐสกัดทุ่มตลาด-ดันใช้เหล็กไทย

ข้อเสนอสำคัญจากภาคเอกชน ได้แก่ การเข้ามาดูแลปัญหาการทุ่มตลาด (Dumping) จากต่างประเทศ และการส่งเสริมการใช้เหล็กภายในประเทศให้มากขึ้น ผ่านโครงการเมด อิน ไทยแลนด์ของส.อ.ท.

โดยต้องการให้ภาครัฐเพิ่มสัดส่วนการใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศในโครงการต่างๆ เพื่อสร้างแต้มต่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้น

ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน อุตสาหกรรมเหล็กไทยกำลังเข้าสู่ช่วงประคองตัวที่ท้าทายที่สุดอีกครั้ง และทิศทางราคาในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับตัวแปรสำคัญอย่างสงคราม พลังงาน และนโยบายภาครัฐ ที่จะเป็นตัวชี้ชะตาความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว