วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

จับตา 'เอกนัฏ' เคาะแคปค่าการกลั่น สางปมน้ำมันแพง-ขาดแคลน

จับตา 'เอกนัฏ' เคาะแคปค่าการกลั่น สางปมน้ำมันแพง-ขาดแคลน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ ประเดิมงานหนัก รับไม้ต่อท่ามกลางวิกฤติราคาพลังงานโลกผันผวน ยอมรับสถานการณ์ตึงตัวทั้งราคาพุ่ง-น้ำมันขาด สวนทางตัวเลขสำรองประเทศ พร้อมจับมือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ ย้ำชัดต้องเปลี่ยน ทั้งระบบบริหาร-ข้อมูล-กลไกราคา

สำหรับไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การรื้อสูตรค่าการกลั่น ซึ่งถูกชี้ว่าเป็นตัวการหลักดันราคาน้ำมันในประเทศพุ่งผิดปกติ จากเดิมเฉลี่ยเพียง 2-3 บาทต่อลิตร แต่ปัจจุบันทะยานแตะ 7-13 บาทต่อลิตร และล่าสุดพุ่งเกือบ 14 บาทต่อลิตรในช่วงต้นเดือนเมษายน

อย่างไรก็ตาม เตรียมใช้อำนาจตามกฎหมายฉุกเฉินด้านน้ำมัน ให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ทบทวนสูตรราคาหน้าโรงกลั่นใหม่ โดยมีแนวคิดเคาะเพดานค่าการกลั่นไม่เกิน 3-4 บาทต่อลิตร เพื่อลดภาระประชาชนโดยตรง และตั้งเป้าให้มีผลก่อนเทศกาลสงกรานต์นี้

"ค่าการกลั่นที่กระโดดจาก 2 ไป 7 หรือ 14 บาท มันเกินไป ในภาวะวิกฤตธุรกิจทำกำไรได้ แต่ไม่ควรเกินควร หากลดได้ต้องสะท้อนกลับไปที่ราคาหน้าปั๊มทันที และอาจใช้มาตรการ “ภาษีลาภลอย หากพบกำไรเกินสมควร"

ขณะเดียวกัน ชี้ว่าปัญหาไม่ได้มีแค่ราคาแพง แต่ยังมีการขาดแคลนในบางพื้นที่ ทั้งที่ประเทศไทยมีกำลังการกลั่นเกินกว่า 10 ล้านลิตร สะท้อนความผิดปกติของระบบกระจายน้ำมัน และตั้งข้อสงสัยถึงความไม่โปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน

จุดอ่อนสำคัญ คือ ข้อมูลพลังงานไทยที่ยังล้าหลัง มีเพียงตัวเลขสต็อกรายเดือน แต่ไม่มีข้อมูลการไหล (flow) ของน้ำมันตั้งแต่โรงกลั่นถึงปั๊ม ทำให้ตรวจสอบไม่ได้ว่าเชื้อเพลิงสูญหายหรือถูกกักตุนในจุดใด

ทั้งนี้ จึงผลักดันให้เปิดเผยข้อมูลแบบรายวัน-ใกล้เรียลไทม์ ควบคู่คำสั่งของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้รายงานสต็อกน้ำมันเข้า-ออกคลังทุกวัน ล่าสุดเริ่มพบความผิดปกติบางจุด และเตรียมดำเนินคดีย้อนหลัง

อีกด้านหนึ่ง เล็งยกเครื่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หลังถูกวิจารณ์เรื่องความไม่โปร่งใส โดยเฉพาะการประกาศราคาช่วงกลางดึกที่สร้างความสับสน ย้ำว่าการแก้วิกฤติต้องใช้ความโปร่งใส เป็นเครื่องมือหลัก มากกว่าการอ้างอิงราคาตลาดต่างประเทศแบบวันต่อวัน

“ไม่จำเป็นต้องรอสัญญาณจากสิงคโปร์ตลอด เพราะราคาบ้านเราห่างจากเขามากอยู่แล้ว กลไกเรามีปัญหา ราคาน้ำมันดิบยังไล่ตามราคาสำเร็จรูปที่พุ่งสูงผิดปกติ ทำให้ราคาหน้าปั๊มเฉลี่ยแพงกว่าปกติกว่า 10 บาท ซึ่งต้องหาคำตอบ”

ในเชิงโครงสร้างระยะยาว เสนอจัดตั้งคลังน้ำมันสำรองของชาติ แทนระบบที่พึ่งเอกชน เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และสกัดพฤติกรรมกักตุนเก็งกำไร พร้อมส่งสัญญาณชัดราคาน้ำมันไม่ได้มีแต่ขาขึ้น

สำหรับมาตรการเร่งด่วน หลังถวายสัตย์และแถลงนโยบายแล้ว จะเรียกประชุม กบง. วันที่ 7 เม.ย. เพื่อออกแพ็กเกจลดค่าครองชีพทั้งน้ำมันและไฟฟ้า โดยการปรับโครงสร้างครั้งนี้จะช่วยลดราคาพลังงานได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินกองทุนเพียงอย่างเดียว

การขยับครั้งนี้จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ในฐานะบททดสอบแรกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ ว่าจะสามารถทุบโครงสร้างเดิม และคืนสมดุลราคาพลังงานให้ประชาชนได้จริงหรือไม่ ท่ามกลางแรงต้านจากกลไกตลาดและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเดียวกัน

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า สำหรับประเด็นโครงสร้างราคาน้ำและค่าการกลั่นนั้น การคำนวณสต๊อกน้ำมัน (เก่า-ใหม่) ของโรงกลั่นใช้วิธี Mark to Market ซึ่งเป็นตามหลักสากลที่ใช้กัน ซึ่งโรงกลั่นก็ต้องยอมรับความเสี่ยงตรงนี้ด้วย ส่วนค่าการกลั่นก็ไม่ใช่กำไรสุทธิ แต่ครอบคลุมต้นทุนคงที่ต่างๆ เช่น ค่าน้ำค่าไฟ ค่าขนส่ง ค่าแรง และค่าบำรุงรักษา และต้นทุนเพิ่มเติมอย่างค่า War Premium ค่าประกันภัย ค่าน้ำมันดิบที่แพงขึ้นในช่วงสงคราม

อย่างไรก็ตาม ในช่วงวิกฤตินี้พบว่า ค่า War Premium ที่เพิ่มเข้ามา ส่งผลให้เกิดกำไรส่วนเกิน (Windfall) ทางคณะ คตร. จึงเร่งพิจารณานำค่าการกลั่นเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 2.43 บาท มาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา เพื่อดึงส่วนต่างนี้กลับมาชดเชยให้ประชาชน โดยได้เรียกโรงกลั่นหารือเพื่อหาจุดสมดุลแล้ว และได้รับความร่วมมือเบื้องต้นจาก ปตท. และบางจาก ซึ่งคาดว่าจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อสรุปตัวเลขได้ในวันจันทร์นี้ ก่อนจะพิจารณารูปแบบการช่วยเหลือต่อไปว่าจะเป็นการลดราคาให้ทันที หรือช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า เช่น กลุ่มเปราะบาง กลุ่มขนส่ง ทั้งนี้ตัวเลข Windfall ในแต่ละเดือนมีความแตกต่างกัน

"วิกฤตการณ์ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมากในประวัติศาสตร์ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน โรงกลั่น ผู้ค้าน้ำมัน ผู้ประกอบการ และประชาชน กระทรวงพลังงาน พยายามอย่างเต็มที่ในการหาจุดสมดุลเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการดึงกำไรส่วนเกิน หรือ Windfall มาช่วยแบ่งเบาภาระ ซึ่งเชื่อมั่นว่าโรงกลั่นที่มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยจะให้ความร่วมมือ เพราะนี่คือเวลาที่ต้องช่วยคนไทยด้วยกัน เพื่อฝ่าฟันวิกฤติที่หนักหน่วงนี้ไปด้วยกันให้ได้" นายประเสริฐ กล่าว