วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

‘สำนักงบฯ’ แจ้งหน่วยราชการรัดเข็มขัด เตรียมออก ‘พ.ร.บ.โอนงบฯ’สู้ ‘วิกฤติน้ำมัน’

‘สำนักงบฯ’ แจ้งหน่วยราชการรัดเข็มขัด เตรียมออก ‘พ.ร.บ.โอนงบฯ’สู้ ‘วิกฤติน้ำมัน’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเร็วๆนี้สำนักงบประมาณได้ทำหนังสือถึงหัวหน้าหน่วยรับงบประมาณทุกแห่ง โดยมีสาระสำคัญระบุถึงแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณตามมาตรการการประหยัดพลังงานของรัฐบาล รวมถึงปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อนำมาใช้ในการรับมือกับวิกฤติพลังงาน โดยมีสาระสำคัญดังนี้

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 26 มี.ค.2569 เห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมัน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น และมีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลต่อภาระค่าครองชีพของประชาชน ต้นทุนในการประกอบกิจการ และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมตามที่กระทรวงการคลังเสนอนั้นเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดและคุ้มค่า สอดคล้องกับมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมัน ตามนัยมติ ครม.

สำนักงบประมาณจึงขอให้หน่วยรับงบประมาณพิจารณาใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแนวทางการใช้จ่าย

งบประมาณตามมาตรการด้านพลังงาน ดังต่อไปนี้ 1.ให้หน่วยรับงบประมาณควบคุมการใช้งบประมาณให้เป็นไปด้วยความประหยัดและคุ้มค่าโดยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและให้ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ต่อราชการอย่างแท้จริง เช่น ลดชั่วโมงการใช้ไฟฟ้าและปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงให้สอดดล้องกับการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง การเดินทางไปราชการ ให้กระทำเท่าที่จำเป็นและมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับภารกิจงานที่รับผิดชอบโดยตรง และควบคุมการใช้จ่ายค่าวัสดุสำนักงาน โดยให้นำระบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์และระบบปฏิบัติงานทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ปฏิบัติงานแทน

2.ให้หน่วยรับงบประมาณปฏิบัติตามติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เรื่อง ขอให้งดเว้นการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศอย่างเคร่งครัด สำหรับการเดินทางไปราชการต่างประเทศ เพื่อไปประชุมตามภารกิจสำคัญและจำเป็นของหน่วยงาน การเดินทางไปประชุมภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ การเดินทางไปร่วมประชุมกับองค์การระหว่างประเทศ ให้กำหนดจำนวนคนและระยะเวลาเดินทางให้เหมาะสมเท่าที่จำเป็นและเป็นไปอย่างประหยัดและคุ้มค่ามากที่สุด

3.ให้หน่วยรับงบประมาณพิจารณาปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยโอนงประมาณรายร่ายจ่าย โอนเงินจัดสรรหรือเปลี่ยนแปลงจัดสรร แล้วแต่กรนี้หรือใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ เงินสะสม หรือเงินรายได้ เพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันหรือโครงการที่เกี่ยวข้องเป็นลำดับแรก

4.ให้หน่วยรับงบประมาณทบทวนความจำเป็นของโครงการ/รายการ ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ที่สามารถชะลอหรือยกเลิกการดำเนินโครงการ/รายการ ตลอดจนโครงการ/รายการที่ได้ดำเนินการจัดชื่อจัดจ้างหรือ ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ครบถ้วนแล้วและมีงบประมาณเหลือจ่าย ขอให้แจ้งสำนักงบประมาณเพื่อนำงบประมาณส่งคืนโดยเร็ว เพื่อนำไปใช้จ่ายตามมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันต่อไป

นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ พ.ศ. ... เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่พิจารณาว่าในขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำเกณฑ์การโอนงบประมาณจากหน่วยงานต่างๆเพื่อนำมารวมกับงบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเร่งด่วน พ.ศ.2569 เพื่อให้รองรับผลกระทบของประชาชนจากวิกฤติราคาน้ำมันแพงเนื่องมาจากการสู้รบในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้หลักเกณฑ์การโอนงบประมาณในครั้งนี้จะเน้นไปที่งบประมาณที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามระยะเวลาที่กำหนด รวมทั้งงบประมาณในการอบรม สัมมนา ในต่างประเทศที่รัฐบาลได้มีการออกเป็นมติ ครม.แล้วให้มีการยกเว้น โดยการโอนงบประมาณต้องคำนึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น โดยหากเป็นโครงการที่มีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง และเดินหน้าก่อสร้างโครงการแล้วจะไม่อยู่ในข่ายที่จะต้องถูกโอนงบประมาณเข้ามาในงบกลางฯเนื่องจากเป็นโครงการลงทุนที่มีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเช่นกัน ทั้งนี้การจัดทำร่าง พ.ร.บ.การโอนงบประมาณจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปีนี้ ซึ่งต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์การโอนงบประมาณเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ก่อน ซึ่งหากสามารถจัดทำได้ทันจะเสนอให้ที่ประชุม ครม.นัดแรกพิจารณารายละเอียดในส่วนนนี้ได้ทันที

เมื่อถามว่าวงเงินในการโอนงบประมาณในครั้งนี้จะมากในระดับแสนล้านบาท หรือมากกว่าในช่วงโควิด-19 หรือไม่ผ.อ.สำนักงบประมาณระบุว่าเท่าที่ดูในเบื้องต้นขนาดนี้ยังไม่ได้เป็นตัวเลขที่มากขนาดนั้น เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันแตกต่างกับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ตอนนั้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจเกือบทั้งหมดหยุดชะงัก ต้องมีการสั่งล็อกดาวน์เพื่อไม่ให้คนทำงาน และข้าราชการออกจากบ้านและงดเว้นการเดินทางซึ่งในตอนนั้นสามารถที่จะดึงงบประมาณจากหน่วยงานต่างๆโดยการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณมาอยู่ในงบกลางฯได้กว่า 8 หมื่นกว่าล้านบาท แต่ในครั้งนี้คงไม่สามารถโอนงบฯมาไว้ที่งบกลางฯได้มากขนาดนั้นเพราะแต่ละหน่วยงานราชการมีงบฯลงทุนที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามกำหนดที่ได้มีการทำสัญญาผูกพันธ์ไว้กับเอกชน

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าร่าง พ.ร.บ.การโอนงบประมาณ พ.ศ.. จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ให้หน่วยงานราชการส่งคืนงบประมาณเพื่อมารวมเป็นวงเงินเพื่อแก้ปัญน้ำมันแพงนี้เพื่อรองรับสถานการณ์ในช่วงที่ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 จะบังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค.2569 โดยในช่วงเวลาตั้งแต่เดือน เม.ย.- ก.ย.รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือและลดค่าครองชีพประชาชนผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งต้องมีการเตรียมความพร้อมเรื่องแหล่งเงินงบประมาณ จากเดิมที่มีงบกลางฯอยู่ประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอจะใช้ในโครงการนี้

ดังนั้นรัฐบาลจะออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณเพื่อให้มีเม็ดเงินเพิ่มขึ้นอีก 4-5 หมื่นล้านบาทมาใช้ในการทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ และลดค่าครองชีพให้กับประชาชน ซึ่งในช่วงที่มีการทำ พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯในครั้งก่อนนั้นเกิดขึ้นในช่วงมีวิกฤติโควิด-19

โดยการโอนงบฯจะเน้นในโครงการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามกำหนดเวลา หรือโครงการที่มีการดำเนินการมาต่อเนื่องทุกปีแต่ยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรมให้มีการตัดงบประมาณในส่วนนี้เพื่อนำมาอยู่ในหมวดงบกลางฯที่จะใช้รับมือวิกฤติต่อไป