วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน 2569

Login
Login

แนวโน้มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และศูนย์ข้อมูลอาเซียน | ASEAN Insight

แนวโน้มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และศูนย์ข้อมูลอาเซียน | ASEAN Insight

ส่องแนวโน้มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และศูนย์ข้อมูลอาเซียน รายงานจาก Hinrich Foundation ชี้ อาเซียนกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลก

เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ถือเป็นรากฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล เนื่องด้วยเป็นส่วนประกอบสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center) ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ยานยนต์ไร้คนขับ สมาร์ตโฟน ตลอดจนเทคโนโลยีเกิดใหม่อื่นๆ จากรายงาน Semiconductor and Beyond ของ PwC ปี 2026 คาดการณ์ว่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์โลกจะเติบโตมีมูลค่าสูงถึง 1.03 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 โดยเฉพาะกลุ่มเซิร์ฟเวอร์และเครือข่ายที่มีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ย 11.6% ต่อปี อันเป็นผลจากการเติบโตของเทคโนโลยี AI ทั่วโลก

ในบริบทของอาเซียน จากรายงานจาก Hinrich Foundation ชี้ว่าอาเซียนกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลก มีส่วนแบ่งการเติบโตของการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกจากอาเซียนเพิ่มขึ้นจาก 20% ในปี 2015 เป็นเกือบ 30% ในปี 2024 โดยสิงคโปร์และมาเลเซียมีบทบาทโดดเด่นในด้านการผลิตและการทดสอบขั้นสูง ขณะที่เวียดนามและไทยเร่งพัฒนาในกิจกรรมการประกอบ การบรรจุภัณฑ์ และแผงวงจรพิมพ์ เพื่อยกระดับสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

 

ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตดังกล่าว คือ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศนับตั้งแต่ปี 2020 อาเซียนสามารถดึงดูดเงินลงทุนได้กว่า 60.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวในสิงคโปร์และมาเลเซีย สะท้อนให้เห็นถึงเสถียรภาพเชิงนโยบาย โครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ และแรงงานทักษะสูง ขณะเดียวกัน เวียดนามและไทยเริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในห่วงโซ่การผลิตชิ้นส่วนสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของอาเซียน โดยยิ่งเมื่อเกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความขัดแย้งทางการค้าระหว่าสหรัฐกับจีน ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโดยตรง ดังนั้น การเพิ่มการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการยกระดับทักษะแรงงาน จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

นอกจากนี้ เซมิคอนดักเตอร์ยังมีบทบาทที่สำคัญในศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล ชิปจากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นส่วนประกอบของเซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์เครือข่ายในศูนย์ข้อมูล ยิ่งชิปมีประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงานมากขึ้น ศูนย์ข้อมูลก็ยิ่งสามารถรองรับการประมวลผล AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ได้ดีขึ้นเท่านั้น

สำหรับอาเซียน การเติบโตของศูนย์ข้อมูลมีความโดดเด่นสอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค การลงทุนจากผู้ให้บริการระดับโลกที่หลั่งไหลเข้ามาเพื่อรองรับความต้องการด้านข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งตอกย้ำบทบาทของภูมิภาคในฐานะศูนย์กลางที่ตั้งของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูลได้สร้างแรงกดดันใหม่ โดยเฉพาะด้านต้นทุนพลังงานและการจัดการความร้อน ผู้ให้บริการจึงหันมาพัฒนาชิปเฉพาะทางสำหรับ AI ซึ่งสามารถลดต้นทุนและพลังงาน คาดว่าชิปเฉพาะทางเหล่านี้อาจครองสัดส่วนถึง 52% ของตลาดชิปศูนย์ข้อมูลในปี 2030 แนวโน้มดังกล่าวยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่แนบแน่นระหว่างการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และศูนย์ข้อมูล

อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เปรียบเสมือน “สมอง” ของเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่ศูนย์ข้อมูลคือ “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่รองรับการประมวลผลและการเชื่อมต่อของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งสองภาคส่วนมีความสัมพันธ์เชิงเกื้อหนุนกันอย่างแยกไม่ออก ดังนั้น ความพยายามของอาเซียนในการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ควบคู่กับการเป็นศูนย์กลางศูนย์ข้อมูล จะไม่เพียงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค แต่ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่อุปทานโลก เสริมความมั่นคงทางเทคโนโลยี สร้างการจ้างงานทักษะสูง และวางรากฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลที่เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว