รายงานการบูรณาการทางเศรษฐกิจเอเชียปี 2026 ชี้การรวมกลุ่มระดับภูมิภาคเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจภูมิภาคสามารถปรับตัวและฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง
ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกยังมีบทบาทในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก แม้เผชิญกับปัจจัยท้าทายจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางนโยบายการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น รายงานการบูรณาการทางเศรษฐกิจเอเชียปี 2026 (Asian Economic Integration Report 2026) จัดทำโดยธนาคารพัฒนาเอเชียชี้ให้เห็นว่า การรวมกลุ่มระดับภูมิภาคเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจภูมิภาคสามารถปรับตัวและฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง
การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกมีความเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีภาคการค้าเป็นแรงขับเคลื่อนหลักตามด้วยการเคลื่อนย้ายบุคคลและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการรวมกลุ่มที่มีความเป็นรูปธรรมที่สุด ขณะที่เอเชียใต้และเอเชียกลางมีระดับการรวมกลุ่มที่มีความเป็นรูปธรรมตามมา ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการบูรณาการระดับอนุภูมิภาคคือ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการเชื่อมโยงดิจิทัล ความริเริ่มระดับอนุภูมิภาคได้ช่วยประสานนโยบายที่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ขณะที่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นกุญแจสำคัญสู่การเติบโตที่มีส่วนร่วมและยั่งยืน
ปี 2025 ได้มีการใช้มาตรการภาษีตอบโต้จากสหรัฐ แต่ประเทศในเอเชียได้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นผ่านการปรับทิศทางการค้าไปยังตลาดทางเลือกอื่น กรณีจีน แม้การส่งออกไปยังสหรัฐลดลงถึง 19.8% แต่การส่งออกภาพรวมทั่วโลกยังคงเติบโตได้ 4.6% เนื่องจากการขยายตัวของการค้าภายในภูมิภาคเอเชียและการส่งออกไปยังสหภาพยุโรป ขณะที่ไต้หวันมีการเติบโตของการส่งออกสูงสุดถึง 35% โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์การส่งออกสินค้ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มขึ้นตามกระแสปัญญาประดิษฐ์โลก
ภูมิภาคเอเชียยังคงมีความเปราะบางเนื่องจากการกระจุกตัวของการใช้วัตถุดิบนำเข้าจากผู้ผลิตเพียงไม่กี่ราย ซึ่งอาจนำไปสู่การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานได้ง่าย เอเชียกำลังยกระดับโครงสร้างการผลิตจากกิจกรรมปลายน้ำเน้นการประกอบไปสู่กิจกรรมต้นน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยการเร่งขยายความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และพันธมิตรทางการค้า รวมถึงการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงทางการค้าเพื่อสร้างเสถียรภาพในสภาวะที่นโยบายการค้าโลกมีความผันผวน
แม้ภาพรวมการลงทุนโลกจะชะลอตัวลง แต่การลงทุนภายในภูมิภาคเอเชียยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2024 การลงทุนในภาคดิจิทัลคิดเป็น 35% ของเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าทั้งหมดในภูมิภาค โดยการลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ ศูนย์ข้อมูล บทบาทของบริษัทข้ามชาติมีส่วนสำคัญต่อการกระตุ้นการรับเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในระดับท้องถิ่น ส่งผลบวกต่อบริษัทภายในประเทศผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้
เอเชียยังคงเป็นแหล่งทรัพยากรบุคคลที่สำคัญของโลก โดยจำนวนผู้อพยพออกนอกภูมิภาคพุ่งสูงถึง 100 ล้านคนในปี 2024 แรงงานทักษะสูงส่วนใหญ่มุ่งไปยังประเทศรายได้สูงนอกภูมิภาค เช่น แคนาดา สหราชอาณาจักร และสหรัฐ ขณะที่แรงงานทักษะต่ำและกึ่งทักษะยังคงเคลื่อนย้ายภายในภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก ความท้าทายที่สำคัญคือนโยบายการเข้าเมืองที่เข้มงวดขึ้นในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มการเคลื่อนย้ายในอนาคต
การฟื้นตัวสู่ความยั่งยืนของภาคการท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ ในปี 2024 มีมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วน 8.4% ของมูค่าผลิตภัณฑ์ทางเศรษฐกิจภูมิภาค รองรับการจ้างงานกว่า 200 ล้านตำแหน่ง ปี 2024 จำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 96.3% ของช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 ในปี 2019
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การเติบโตนี้ยั่งยืน เอเชียจำเป็นต้องมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่าการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว กลยุทธ์ที่สำคัญประกอบด้วย การกระจายตลาดนักท่องเที่ยว การปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ การผ่อนปรนมาตรการวีซ่า และการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบหลากหลายจุดหมายปลายทาง ผ่านความร่วมมือข้ามพรมแดน ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่เมืองรองและลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในเอเชียและแปซิฟิกเป็นกลไกเชิงกลยุทธ์ในการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ต่อความเสี่ยงระดับโลก ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย การเสริมสร้างความหลากหลายทั้งด้านผลิตภัณฑ์ คู่ค้า และตลาดการท่องเที่ยว เพื่อลดการพึ่งพิงตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ผ่านการส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ พัฒนาธรรมาภิบาลข้อมูลที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ การยกระดับความร่วมมือเชิงสถาบัน





