วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

‘คลัง’ เปิดลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่ ตรวจเข้ม เล็งหั่นยอด 13.4 ล้านคน

‘คลัง’ เปิดลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่ ตรวจเข้ม เล็งหั่นยอด 13.4 ล้านคน

คลังจ่อเปิดลงทะเบียน "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" รอบใหม่ใน 2-3 เดือน งัดฐานข้อมูลดาต้าเลคคัดกรองเข้ม คาดผู้ได้รับสิทธิ์ลดจำนวนจาก 13.4 ล้านคน ดีเดย์ภายในเดือนก.ย.69

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ว่า กระทรวงการคลังเตรียมจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรอบใหม่ในอีกประมาณ 2-3 เดือนข้างหน้านี้ โดยจะมีการนำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่หรือเดต้าเลค (Data Lake) ของกระทรวงการคลังที่เชื่อมโยงข้อมูลประชากรไว้กว่า 60 ล้านคน เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบและคัดกรองคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนอย่างเข้มข้น

ซึ่งคาดการณ์ว่าจากมาตรการคัดกรองที่รัดกุมขึ้น จะส่งผลให้จำนวนผู้ที่ผ่านเกณฑ์ได้รับสิทธิ์ลดลงจากเดิมอย่างแน่นอน

ปัจจุบันการช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ครอบคลุมการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางจำนวนถึง 13.4 ล้านคน โดยให้สิทธิประโยชน์วงเงินสวัสดิการรวมสูงสุดถึงเดือนละ 4,700 บาทต่อคน ซึ่งวงเงินดังกล่าวครอบคลุมทั้งค่าสินค้าอุปโภคบริโภคในช่องวงเงินหลัก 300 บาท ที่ประชาชนมักนำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าจำเป็นผ่านร้านธงฟ้าจนเต็มวงเงิน ตลอดจนครอบคลุมถึงส่วนลดและสวัสดิการอื่นๆ เช่น ค่าเดินทาง

สำหรับกรอบระยะเวลาการดำเนินงานนั้น คาดว่าจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค. โดยขั้นตอนการลงทะเบียนในส่วนของประชาชนจะถูกออกแบบให้ง่ายและรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 1-2 สัปดาห์ ให้ประชาชนกรอกเพียงชื่อและเลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น

หลังจากนั้นจะใช้เวลาในกระบวนการหลังบ้านเพื่อนำข้อมูลไปตรวจสอบและประมวลผลเชิงลึกอีกประมาณ 1-2 เดือน เบื้องต้นกระทรวงการคลังตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถเปิดให้ผู้ผ่านเกณฑ์กลุ่มใหม่เริ่มใช้สิทธิ์ได้ภายในช่วงปลายปีงบประมาณนี้ หรือประมาณเดือนก.ย.

ปัจจุบันระบบฐานข้อมูลเดต้าเลคของกระทรวงการคลังมีความสมบูรณ์และพร้อมใช้งานแล้ว โดยระบบนี้มีการรวบรวมข้อมูลของประชากรไว้มากกว่า 60 ล้านคน การนำเทคโนโลยีนี้มาใช้จะช่วยพลิกโฉมให้กระทรวงการคลังก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven Organization) อย่างแท้จริง การกำหนดนโยบายต่างๆ จะมาจากฐานข้อมูลจริง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือตรงกลุ่มเป้าหมายและประหยัดการใช้งบประมาณได้มากขึ้น

ในส่วนของหลักเกณฑ์การพิจารณา แม้ว่าจะยังคงยึดตามเงื่อนไขเดิมเป็นหลัก เช่น ผู้มีสิทธิ์ต้องมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี แต่กระทรวงการคลังจะเพิ่มมิติการตรวจสอบที่เข้มข้นรอบด้านยิ่งขึ้น โดยนอกจากจะตรวจสอบบัญชีรายได้และทรัพย์สินแล้ว รอบนี้ระบบจะเข้าไปมอนิเตอร์ถึง "รายจ่าย" ของผู้ลงทะเบียนด้วย ตัวอย่างเช่น การดึงข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) มาตรวจสอบ หากพบว่าผู้ลงทะเบียนมียอดการใช้จ่ายสูงเกิน 100,000 บาท ก็จะต้องถูกนำมาพิจารณาคุณสมบัติใหม่ รวมถึงการตรวจสอบยอดเงินบริจาค และพฤติกรรมการใช้จ่ายต่างๆ เช่น การกู้เงิน หรือการซื้อสินค้าในแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์

โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เป็นเกณฑ์ประกอบการประเมินฐานะทั้งหมด ตลอดจนมีเกณฑ์พิเศษเพื่อตรวจสอบชื่อกรรมการบริษัท เพื่อป้องกันการใช้ชื่อผู้อื่นเป็นนอมินี ซึ่งหากตรวจพบว่าเป็นกรรมการบริษัทก็จะไม่ผ่านเกณฑ์คนยากจน

นายลวรณ กล่าวย้ำว่า ด้วยหลักการและเกณฑ์การพิจารณาที่เพิ่มมิติความเข้มงวดมากขึ้น จำนวนผู้ที่ได้รับสิทธิ์ย่อมจะต้องลดลงจากเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

"การลงทะเบียนรอบนี้จึงเปรียบเสมือนกระบวนการทำความสะอาดฐานข้อมูล (Cleansing Data) ครั้งใหญ่ เพื่อทำการคัดแยกกลุ่มคนยากจนที่เดือดร้อนและสมควรได้รับความช่วยเหลือจริงๆ ออกจากกลุ่มคนอยากจน" 

ทั้งนี้ สำหรับการเปิดลงทะเบียนรอบใหม่จะเปิดให้สามารถใช้สิทธิทางโทรศัพท์มือถือได้ด้วย เพื่อเพิ่มความสะดวก และป้องกันการสวมสิทธิใช้บัตรประชาชนแทนกัน รวมถึงสามารถนำไปใช้จ่ายเงินในร้านค้าได้เพิ่มขึ้น ทั้งผ่านร้านสวัสดิการธงฟ้าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และการใช้จ่ายผ่านร้านค้าคนละครึ่งพลัสได้อีกด้วย