วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

134 ปี กระทรวงเกษตรฯ ชู ‘ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม’ ยกระดับรายได้เกษตรกร

134 ปี กระทรวงเกษตรฯ ชู ‘ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม’ ยกระดับรายได้เกษตรกร

กระทรวงเกษตรฯ ฉลอง 134 ปี ชู “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เร่งดันส่งออก 1.7 ล้านล้านบาท พร้อมรับมือสงครามการค้าและ Climate Change มุ่งสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการจัดกิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 134 ปี โดยมีผู้บริหารและบุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามลำดับ ได้แก่ ห้องพระอาคาร 1 ชั้น 4 (ห้องพระพิรุณ 130) ศาลพระภูมิ ศาลท้าวเวสสุวรรณ ศาลตา – ยาย องค์พระพิรุณทรงนาค และองค์พระพิรุณทรงนาค (ห้องพิพิธภัณฑ์) จากนั้นได้เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยถวายผ้าไตร จตุปัจจัยเครื่องไทยธรรม และถวายปิ่นโตแด่พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บริหารและบุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

134 ปี กระทรวงเกษตรฯ ชู ‘ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม’ ยกระดับรายได้เกษตรกร 134 ปี กระทรวงเกษตรฯ ชู ‘ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม’ ยกระดับรายได้เกษตรกร

ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ได้เยี่ยมชมและให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ร่วมบริจาคโลหิต เนื่องในวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 134 ปี ณ ห้องประชุมศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช พร้อมมอบเกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติสืบสานเกษตรกรรมยั่งยืน ประจำปี พ.ศ. 2569 ให้แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ จำนวน 31 ราย และพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติพนักงานราชการดีเด่น ปี 2568 ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 6 ราย ด้วย

ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 134 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของภาคการเกษตรในฐานะ “ภาคการผลิตที่สำคัญที่สุดของประเทศ” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และพัฒนาสังคมเกษตรกรรมของไทยโดยมีกลไกที่สำคัญ อาทิ 1) จำนวนประชากรในภาคเกษตรกว่า 30 ล้านคน ครอบคลุมทั้งเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกภายในครัวเรือนเกษตรกรเป็นแรงงานที่อยู่ในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่เป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศ

134 ปี กระทรวงเกษตรฯ ชู ‘ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม’ ยกระดับรายได้เกษตรกร 134 ปี กระทรวงเกษตรฯ ชู ‘ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม’ ยกระดับรายได้เกษตรกร

2) เป็นฐานทรัพยากรสำคัญ โดยพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 149 ล้านไร่ รวมถึงการทำการเกษตรสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่มีส่วนสำคัญในการหล่อเลี้ยงทั้งการอุปโภค บริโภค ภาคอุตสาหกรรม สำหรับดูแลรักษาระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม และ 3) เป็นฐานสร้างรายได้หลักของประเทศ ซึ่งในปี 2568 สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรไทยมีมูลค่าการส่งออก 52,072.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1,709,075 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพการปรับตัวจากการขายวัตถุดิบไปสู่สินค้าเกษตรแปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งเป็นแหล่งวัตถุดิบหลักของการแปรรูปในอุตสาหกรรมอาหาร เวชภัณฑ์ พลังงาน และอื่น ๆ อีกหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบกับจุดแข็งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ และภูมิอากาศของประเทศไทย จึงทำให้มีอุตสาหกรรมเกษตรที่ครบวงจร ส่งผลให้อาชีพเกษตรกรรมจึงเป็นอาชีพหลักของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน

 

อย่างไรก็ตาม ภาคการเกษตรยังเผชิญกับความท้าทายสำคัญจากปัจจัยภายในและภายนอก โดยในส่วนของปัจจัยภายใน ได้แก่ เกษตรกรมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ การทำการเกษตรแบบพึ่งพาธรรมชาติ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภัยธรรมชาติที่รุนแรงยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันปัจจัยภายนอก ได้แก่ สงครามเต็มรูปแบบ (Conventional Warfare) สงครามการค้า (Trade War) สงครามไซเบอร์ (Cyber Warfare) ที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร เช่น ความขัดแย้งเพื่อแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ การใช้มาตรการทางภาษีที่ส่งผลต่อเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก และความผันผวนของต้นทุนปัจจัยการผลิต เป็นต้น

134 ปี กระทรวงเกษตรฯ ชู ‘ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม’ ยกระดับรายได้เกษตรกร

“การก้าวเข้าสู่ปีที่ 135 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเป็นปีแห่งการขับเคลื่อนงานตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคเกษตรไทย ให้สอดรับกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกมิติ โดยอาศัยกำลังความรู้ความสามารถของบุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทย

134 ปี กระทรวงเกษตรฯ ชู ‘ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม’ ยกระดับรายได้เกษตรกร

โดยร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ สามารถแก้ไขปัญหาและสร้างสรรค์ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์แก่พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ รวมถึงเป็นการยกระดับการทำงานของทุกภาคส่วนในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อวางรากฐานการพัฒนาการเกษตรที่จะสนองตอบความคาดหวังของพี่น้องเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายที่สำคัญ คือ เกษตรกรไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป” ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว