วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

เขย่าเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. 'วิวรรธน์' ยื่น กกร. ขอโมฆะ เตือนวิกฤติธรรมาภิบาล

เขย่าเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. 'วิวรรธน์' ยื่น กกร. ขอโมฆะ เตือนวิกฤติธรรมาภิบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวสำคัญภายในสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ก่อนการเลือกตั้งกรรมการวาระปี 2569-2571 เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2569 ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการคัดเลือกประธาน ส.อ.ท. ภายใน 30 วันหลังจากนั้น 

วันนี้ (1 เม.ย. 2569) นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ สมาชิก ส.อ.ท. และผู้มีรายชื่ออยู่ในบัญชีกรรมการสรรหา ได้ยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ (กกร.) เพื่อเรียกร้องให้พิจารณาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพื่อรักษาหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และเกียรติภูมิขององค์กร

นายวิวรรธน์ ระบุในหนังสือว่า ในฐานะสมาชิกและผู้มีสิทธิ์เข้ารับการเลือกตั้ง มีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนวันเลือกตั้ง ซึ่งมีข้อเท็จจริงและข้อมูลจำนวนมากที่มีนัยสำคัญต่อ “ความสุจริต โปร่งใส และความชอบธรรม” ของกระบวนการเลือกตั้ง โดยข้อมูลดังกล่าวมาจากทั้งการร้องเรียนของสมาชิกสองฝ่าย และการนำเสนอผ่านสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบเบื้องต้นโดยคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของ ส.อ.ท. ซึ่งแต่งตั้งโดยประธานองค์กร และได้รายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (กบ.) เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569 โดยพบ “หลักฐานและเส้นทางการเงินจริง” ตามที่มีการกล่าวอ้าง ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายอย่างร้ายแรงในหลายประเด็น

ส่อขบวนการซื้อเสียง ใช้ nominee หลักสิบหลักร้อยบริษัท

หนึ่งในข้อกังวลหลัก คือความเป็นไปได้ของ ขบวนการซื้อเสียง และการใช้บุคคลอื่นเป็นตัวแทน (nominee) ในการลงคะแนน โดยอาจมีการนำพนักงานของบริษัท กลุ่มบุคคล หรือบุคคลอื่น มาลงทะเบียนเป็นผู้แทน 1 ใน 3 ของสมาชิกจำนวนมาก ซึ่งอาจมีจำนวน “หลักสิบถึงหลักร้อยบริษัท” พร้อมทั้งมีหลักฐานเส้นทางการเงินบางส่วนที่ถูกนำเสนอในที่ประชุม กบ. รวมถึงรายชื่อ nominee อย่างชัดเจน

อีกประเด็นสำคัญคือ การที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีการกล่าวหากันว่า มีการปลอมแปลงเอกสาร และเปลี่ยนแปลงผู้แทนใช้สิทธิ์ของสมาชิกบางราย โดยมีกรณีที่พบชื่อผู้แทนใหม่เป็นพนักงานของบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง และมีการส่งข้อมูลผ่านอีเมลของพนักงานในบริษัทเดียวกัน ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามเจตนาของผู้มีสิทธิ์ตัวจริง และยังอยู่ระหว่างการโต้แย้งข้อเท็จจริงระหว่างคู่ขัดแย้ง

สมาชิกใหม่พุ่ง-ตั้งข้อสงสัยแหล่งเงิน

นายวิวรรธน์ ยังตั้งข้อสังเกตถึง การสมัครสมาชิกใหม่จำนวนมาก ในช่วงเวลาใกล้การเลือกตั้ง พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของแหล่งที่มาของการชำระค่าสมัคร ว่ามีความโปร่งใสเพียงใด และมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลหรือองค์กรใดหรือไม่

ขณะเดียวกัน ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ของผู้มาใช้สิทธิ์จำนวนหนึ่ง ว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลหรือองค์กรเดียวกัน ซึ่งอาจสะท้อนปัญหาธรรมาภิบาลในการเลือกตั้ง

ชี้วิกฤติธรรมาภิบาล ซัดแรง “ใครชนะ องค์กรก็แพ้”

แม้ข้อเท็จจริงทั้งหมดจะยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่วิวรรธน์เห็นว่าสถานการณ์ปัจจุบันได้สร้าง ข้อครหาในวงกว้าง ว่ากระบวนการได้มาซึ่งคะแนนเสียงอาจไม่สุจริตและไม่เป็นธรรม

“นี่ไม่ใช่เพียงประเด็นทางเทคนิคของการเลือกตั้ง แต่เป็นวิกฤติด้านธรรมาภิบาลของ ส.อ.ท. ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้กระทำ หรือแม้แต่ทั้งสองฝ่ายร่วมกัน หากปล่อยให้ดำเนินต่อไป ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ‘สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยก็เป็นฝ่ายแพ้’ ผู้ชนะก็จะไม่สง่างาม และจะกระทบความเชื่อมั่นองค์กรในระยะยาว” นายวิวรรธน์ ระบุ

พร้อมย้ำว่า ส.อ.ท. ในฐานะองค์กรตัวแทนภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ไม่สามารถดำรงอยู่บนกระบวนการที่ถูกตั้งคำถามจากสังคมได้

ชง 3 ข้อเร่งด่วน-ตรวจสอบลึก เปิดผล พิจารณาโมฆะ

ทั้งนี้ ได้เสนอแนวทางเร่งด่วน 3 ประการต่อประธาน ส.อ.ท. ได้แก่

1. ตรวจสอบเชิงลึกอย่างเป็นระบบ ครอบคลุม

  • กระบวนการปลอมแปลงเอกสารและเปลี่ยนชื่อผู้แทน
  • การซื้อเสียง เส้นทางการเงิน และความเชื่อมโยงของ nominee
  • แหล่งที่มาค่าสมัครสมาชิกใหม่
  • ความสัมพันธ์ของผู้ใช้สิทธิ์
  • พฤติการณ์จัดการคะแนนเสียงที่ไม่เป็นธรรม

2. เปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสมาชิก อย่างตรงไปตรงมา เพื่อสร้างความโปร่งใสและฟื้นฟูความเชื่อมั่น

3. หากพบข้อเท็จจริงมีนัยสำคัญ ให้พิจารณาดำเนินการตามระเบียบ เพื่อ “ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ” พร้อมปรับปรุงกฎระเบียบ และจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใต้ระบบที่โปร่งใสอย่างแท้จริง

ชงยกเครื่องกติกา-แก้โครงสร้างตัวแทน-คุ้มครองเสรีโหวต

นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางปรับปรุงโครงสร้างการเลือกตั้งในระยะยาว เช่น

  • กรรมการต้องเป็นตัวแทนครบทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและทุกจังหวัด
  • ปรับสัดส่วนให้สะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยจริง
  • ลดแรงกดดันทางธุรกิจ เช่น ความสัมพันธ์ customer–supplier
  • เปิดโอกาสให้สมาชิก “รู้จักผู้สมัคร” และลงคะแนนด้วยตนเอง
  • รับรอง “ความลับของคะแนนเสียง”

ย้อนปมเก่า ร้องศาลปกครองปี 56 แต่ไร้การแก้ไข

วิวรรธน์ระบุว่า เคยยื่นเรื่องต่อศาลปกครองตั้งแต่ปี 2556 เพื่อขอให้แก้ไขกฎระเบียบการเลือกตั้ง และได้ถอนฟ้องหลังได้รับคำมั่นว่าจะมีการปรับปรุง แต่สุดท้าย “ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง” ทำให้ปัญหายืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน

“หากครั้งนี้ยังปล่อยผ่าน แล้วบอกว่าจะไปแก้ไขภายหลัง ผมไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริง” 

เตือนนิ่งเฉยยิ่งซ้ำเติมวิกฤติ

ท้ายที่สุด วิวรรธน์ กล่าวย้ำว่า การนิ่งเฉยหรือปล่อยให้กระบวนการเดินหน้าต่อไปโดยไม่จัดการข้อสงสัย จะยิ่งซ้ำเติมวิกฤติความเชื่อมั่น ขณะที่การตัดสินใจอย่างกล้าหาญ ยึดหลักธรรมาภิบาล และให้ความสำคัญกับประโยชน์ขององค์กรเหนือสิ่งอื่นใด จะเป็นหนทางเดียวในการรักษาศักดิ์ศรีของ ส.อ.ท. และภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

วิวรรธน์ กล่าวภายต่อว่า การยื่นหนังสือต่อ กกร. เพื่อขอให้พิจารณาการเลือกตั้งเป็นโมฆะครั้งนี้ เพราะพบความไม่โปร่งใสและมีหลักฐานเส้นทางทางการเงิน ที่คณะกรรมการสอบสวนของสภาฯ ตรวจพบ

ทั้งนี้ กกร. จะต้องรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาภายใต้กรอบนโยบาย "Zero Corruption" หรือกกร. และเพื่อนไม่ทนต่อการคอร์รัปชัน โดยถือเป็นเคสแรกในประวัติศาสตร์ที่เป็นการร้องเรียนเรื่องทุจริตภายในภาคเอกชนเอง

ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการหารือร่วมกับภาคีเครือข่าย อาทิ ป.ป.ช., ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานต่างๆ สำหรับกรอบเวลาการเลือกประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ ตาม พ.ร.บ. จะต้องดำเนินการภายใน 30 วันหลังการเลือกตั้งกรรมการ (ภายในสิ้นเดือนเม.ย.) ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันอาจมีความไม่แน่นอนสูงและอาจมีชื่อแคนดิเดตมากกว่าที่ปรากฏเป็นข่าว