วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

'เอกนัฏ' ชี้ค่าไฟ 3.95 บาท ต่ำแล้ว จ่อรีดโครงสร้างใหม่-ตรวจเข้มกักตุนพลังงาน

'เอกนัฏ' ชี้ค่าไฟ 3.95 บาท ต่ำแล้ว จ่อรีดโครงสร้างใหม่-ตรวจเข้มกักตุนพลังงาน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คนใหม่ เปิดเกมรื้อโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ รับมือวิกฤตต้นทุนพุ่ง ทั้งค่าไฟและน้ำมัน โดยย้ำชัดว่าค่าไฟ 3.95 บาทต่อหน่วย ถือเป็นระดับต่ำที่สุดแล้ว ภายใต้ข้อจำกัดปัจจุบัน เนื่องจากยังไม่มีการชำระหนี้ และต้องอาศัยกลไกดึงเงินส่วนเกินจากการลงทุน (Clawback) ของ 3 การไฟฟ้า ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กลับมาอุดหนุนค่าไฟให้ประชาชน

ทั้งนี้ การประกาศอัตราค่าไฟฟ้ารอบใหม่งวดเดือนพ.ค.-ส.ค. 2569 จะยังเป็นไปตามกรอบเวลาเดิม โดยต้องประกาศภายในเดือนเม.ย. และเริ่มใช้ตั้งแต่ 1 พ.ค.นี้ ตามรอบการทบทวนทุก 4 เดือน

ชำแหละโครงสร้างค่าไฟ ‘ขั้นบันได’ ล้าสมัยกว่า 20 ปี

รัฐมนตรีพลังงาน ระบุว่า แม้ค่าไฟเฉลี่ยต้นปีอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย แต่โครงสร้างจริงเป็นแบบขั้นบันได ผู้ใช้ไฟน้อยจ่ายต่ำ ผู้ใช้ไฟมากจ่ายสูง คล้ายระบบภาษี อย่างไรก็ตาม โครงสร้างดังกล่าว ไม่ได้ปรับปรุงมาตั้งแต่ปี 2543 ทำให้ไม่สอดคล้องพฤติกรรมการใช้ไฟในปัจจุบัน

แนวทางใหม่จึงเตรียมปรับโครงสร้าง โดยอาจกำหนดให้ผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน จ่ายค่าไฟเฉลี่ยไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ขณะที่ผู้ใช้ไฟระดับ 400-600 หน่วยขึ้นไป จะจ่ายในอัตราที่สูงขึ้น เพื่อจูงใจการประหยัดพลังงาน

โดยข้อมูลพบว่า ครัวเรือนในต่างจังหวัดใช้ไฟเฉลี่ยราว 190 หน่วยต่อเดือน ทำให้สามารถออกแบบนโยบายให้ครอบคลุมประชาชนส่วนใหญ่ได้

2 สูตรค่าไฟ 3.95&3.88 บาท ต่าง 7 สตางค์สะเทือนพันล้าน

ในการพิจารณาของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีทางเลือกหลัก เช่น ตรึงค่าไฟที่ 3.95 บาทต่อหน่วย หรือปรับลดลงสู่ระดับ 3.88 บาท โดยใช้กลไก Clawback และเครื่องมืออื่นเพิ่มเติม

"แม้ต่างกันเพียง 7 สตางค์ต่อหน่วย แต่มีมูลค่าหลายพันล้านบาท จึงเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างภาระประชาชนกับเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า"

โดยหากนำเงินส่วนเกินจาก 3 การไฟฟ้าราว 9,000 ล้านบาทมาใช้ จะสามารถตรึงค่าไฟที่ 3.95 บาท และมีโอกาสลดลงแตะ 3.88 บาทได้ หากปรับเกณฑ์ประเมินผลการดำเนินงาน และชะลอการลงทุนบางส่วน

“ในภาวะวิกฤติ รัฐบาลสามารถปรับเกณฑ์ได้ เพราะเป็นผู้ประเมินเอง เงินที่ควรลงทุนบางส่วนสามารถนำมาลดภาระประชาชนได้” 

ชี้ปมใหญ่ ‘ก๊าซแพง’ พึ่ง LNG สูง เสี่ยงต้นทุนผันผวน

ปัญหาระยะยาวของค่าไฟคือโครงสร้างพลังงานที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติมากเกินไป โดยไทยผลิตเองได้ราว 50% นำเข้าจากเมียนมา 10% รวมเป็น 60% ที่ถือว่าค่อนข้างมั่นคง แต่อีก 40% เป็นก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งมีต้นทุนสูงและผันผวน

โดยเฉพาะการนำเข้า LNG แบบ Spot จากตลาดโลก และแหล่งตะวันออกกลาง เช่น กาตาร์ ทำให้ต้นทุนค่าไฟแกว่งตามราคาพลังงานโลก จึงต้องทบทวนว่ามีการนำเข้ามากเกินไปหรือไม่

“ไม่มีอะไรได้มาฟรี การลดค่าไฟต้องมีต้นทุน จึงต้องทำควบคู่กับมาตรการประหยัดพลังงานที่เป็นรูปธรรม” รัฐมนตรีกล่าว

ปรับนโยบาย ‘ไฟ 3 บาท’ แบบพุ่งเป้า

สำหรับนโยบาย ค่าไฟ 3 บาท 200 หน่วยแรก นั้น ยอมรับว่า ในภาวะปัจจุบันอาจต้องใช้แบบพุ่งเป้า โดยให้สิทธิ์กับผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยก่อน ส่วนผู้ใช้เกินอาจได้รับประโยชน์ในรูปแบบเฉลี่ย แต่ยังไม่สามารถดำเนินการเต็มรูปแบบได้ทันที

ในระยะยาว กระทรวงพลังงานเตรียมผลักดันพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ ระบบซื้อไฟคืน (Net Metering) และ Demand Response ผ่านมิเตอร์อัจฉริยะ เปิดทางให้ผู้ใช้ไฟบริหารต้นทุนได้เอง

พร้อมวางแผนพัฒนาตลาดไฟฟ้าเสรี เริ่มจากผู้ใช้ไฟรายใหญ่ในภาคอุตสาหกรรม ก่อนขยายสู่ชุมชนและครัวเรือน ผ่านระบบไมโครกริด และเปิดให้เลือกผู้จำหน่ายไฟฟ้าได้ในอนาคต

สั่งลุยตรวจ ‘กักตุน-เก็งกำไรน้ำมัน’ ผิดปกติแน่

ในส่วนของน้ำมัน รัฐมนตรีส่งสัญญาณเข้ม โดยระบุว่าพบ ความผิดปกติแน่นอนในระบบ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบการกักตุนน้ำมันและเก็งกำไร

การตรวจสอบจะบูรณาการหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงพลังงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตำรวจ และทหาร โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ค้ารายใหญ่ ตรวจสอบปริมาณรับเข้า-จ่ายออก หากพบสำรองเกินปกติหรือชะลอขายเพื่อเก็งกำไร จะดำเนินคดีทันที รวมถึงตรวจเข้มการลักลอบส่งออกตามแนวชายแดนและทางทะเล

"ทุกภาคส่วนอยู่ในเรดาร์การตรวจสอบ และหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 เม.ย. จะเร่งเดินหน้ามาตรการทั้งหมดทันที เพื่อลดภาระค่าครองชีพและสร้างเสถียรภาพพลังงานในระยะยาว"