วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

'ศุภจี' นำทีมรัฐ-เอกชน ชูทีมไทยแลนด์ เร่งเครื่องเศรษฐกิจ ฝ่าโลกผันผวน

'ศุภจี' นำทีมรัฐ-เอกชน ชูทีมไทยแลนด์ เร่งเครื่องเศรษฐกิจ ฝ่าโลกผันผวน

พาณิชย์ผนึกหอการค้าไทย–15 กลุ่มคลัสเตอร์ เดินหน้าทีมไทยแลนด์ รับมือความท้าทายภูมิรัฐศาสตร์โลก ดัน 4 เสาหลักยกระดับเศรษฐกิจไทย เพื่อประชาชน พร้อมเดินหน้า FTA ไทย–อียู คืบหน้า 70-80% ควบคู่ขยายตลาดอินเดีย-แอฟริกา-ตะวันออกกลาง

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมหารือร่วมกับ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมผู้แทนภาคเอกชน อาทิ

นายอธิป พีชานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายกุลวุฒิ วนาสวัสดิ์ ประธานสมาคมการค้ากลุ่มยา เวชภัณฑ์อาหารเสริม เครื่องสำอาง นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ ประธานสมาคมการค้ากลุ่มท่องเที่ยว สุขภาพ ไมซ์ และกีฬา และประธานสมาคมการค้ากลุ่ม 15 Clusters

เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในฐานะ “ทีมไทยแลนด์” เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการและประชาชนไทย ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูง ส่งผลให้การวางแผนธุรกิจทำได้ยาก รัฐบาลให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคธุรกิจไทย ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตไปพร้อมกัน

ระยะเร่งด่วน กระทรวงพาณิชย์ เตรียม สินค้า “ไทยช่วยไทย” เริ่มวันที่ 1 เม.ย. 2569 โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการค้าส่ง ค้าปลีก และซัพพลายเออร์รายใหญ่กว่า 20 ราย ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นกว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุดถึง 58% ในสินค้ากลุ่ม House Brand และสินค้าแบรนด์ทางเลือกที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดในราคาที่เข้าถึงได้

รวมทั้งเตรียมพัฒนาสินค้าชุมชนและ SMEs เข้าร่วมสินค้า“ไทยช่วยไทย”ในอนาคต ให้มีช่องทางตลาดมากขึ้น

'ศุภจี' นำทีมรัฐ-เอกชน ชูทีมไทยแลนด์ เร่งเครื่องเศรษฐกิจ ฝ่าโลกผันผวน

 

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย อาทิ การขยายธงฟ้าเคลื่อนที่ เพื่อกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง และช่วยระบายสินค้าเกษตร รวมถึงสนับสนุน วัตถุดิบทางการเกษตรราคาพิเศษให้ร้านอาหารปรุงสำเร็จ(ข้าวแกง) โดยเริ่มนำร่องในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

นางศุภจี กล่าวว่า ในมิติการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะยาว นั้น ไทยต้องเร่งปรับตัวต่อบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลง ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การแบ่งขั้วเศรษฐกิจ (Extreme Polarization) และมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งปัจจุบันการส่งออกของไทยยังกระจุกตัวอยู่ในตลาดหลัก

ทั้งนี้ ไทยยังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง อาทิ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การลดลงของจำนวนผู้ประกอบการ SMEs ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย ส่งผลต่อกำลังซื้อภายในประเทศ จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาทักษะแรงงาน (Up-skill / Re-skill) และขยายตลาดต่างประเทศควบคู่กัน

กระทรวงพาณิชย์ กำลังเร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย–สหภาพยุโรป ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจารอบที่ 8 และคาดว่าจะเหลือประเด็นสำคัญประมาณ 20–30 %  เพื่อให้สรุปผลได้โดยเร็ว ไปพร้อมกับการยกระดับการรักษาตลาดเดิม และบุกตลาดใหม่ที่เป็นตลาดเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ ทั้งอินเดีย ลาตินอเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง รัสเซียและเอเชียกลาง

นอกจากนี้ จะยังผลักดันการสร้างความมั่นคงทางอาหาร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรผ่านการแปรรูป การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตควบคู่กับเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านอาหาร (Future Food และ Food Tech) รวมถึงอุตสาหกรรม S-Curve ของประเทศ

'ศุภจี' นำทีมรัฐ-เอกชน ชูทีมไทยแลนด์ เร่งเครื่องเศรษฐกิจ ฝ่าโลกผันผวน

การวางกรอบนโยบายในภาพรวม กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดยุทธศาสตร์การค้าไทยบน 4 เสาหลัก ได้แก่

 1.Competitiveness การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน มุ่งสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

 2.Security & Stability การสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

 3.Inclusive การกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะสู่ SMEs และชุมชน

 4.Resilient Agility การปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

โดยผลักดันการทำงานในรูปแบบการบูรณาการที่ทุกหน่วยงานจะต้องมุ่งเป้าไปที่เป้าหมายเดียวกัน และทำงานอย่างสอดประสาน

ด้านภาคเอกชน โดย สมาคมการค้ากลุ่ม 15 Clusters ได้สะท้อนข้อเสนอสำคัญต่อภาครัฐ อาทิ การบริหารจัดการสินค้านำเข้า การขยายตลาดใหม่ การส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การพัฒนาทักษะแรงงาน การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Technology Disruption) รวมถึงการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ

ทั้งนี้ การหารือครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการทำงานแบบบูรณาการ “ทีมไทยแลนด์” เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลกอย่างยั่งยืน