“กรมทางหลวง” เล็งหารือ สคร. ปลดล็อคข้อจำกัดทางกฎหมาย เดินหน้าฟื้นจัดตั้งกองทุน TFF ดึงเงินรายได้ค่าธรรมเนียมผ่านทางใช้ลงทุนมอเตอร์เวย์สายใหม่ นำร่องมอเตอร์เวย์ M8 เป็นโครงการแรก คาดเริ่มตอกเสาเข็มในปี 2571
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ในปี 2569 ทล.มีแผนลงทุนโครงการขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมหลายโครงการ ซึ่งจำเป็นต้องใช้วงเงินลงทุนจำนวนมาก และเนื่องด้วยนโยบายรัฐบาลต้องการให้การลงทุนนั้นพึ่งพางบประมาณแผ่นดิน ไม่สร้างภาระหนี้สาธารณเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ทำให้ ทล.อยู่ระหว่างเตรียมหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อนำโมเดลการลงทุนรูปแบบกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund: TFF) กลับมาใช้กับโครงการของ ทล.
โดยก่อนหน้านี้ ทล.เคยศึกษารูปแบบการลงทุนในลักษณะนี้แล้ว แต่ติดปัญหาอุปสรรคเรื่องข้อจำกัดทางกฎหมาย ที่ไม่ได้เปิดทางให้นำเงินจากค่าธรรมเนียมค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์มาใช้เพื่อการระดมทุน เพราะกฎหมายกำหนดให้ใช้เงินค่าผ่านทางที่ ทล.จัดเก็บเข้าไปยังกองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง (กองทุนมอเตอร์เวย์) สามารถใช้ใน 4 วัตถุประสงค์ ประกอบด้วย
- งานก่อสร้างและบำรุงรักษา
- การจัดเก็บค่าธรรมเนียม
- การอำนวยความสะดวก
- การใช้คืนเงินกู้
อีกทั้งสถานะปัจจุบันของกองทุนมอเตอร์เวย์เป็นเพียงบัญชีเงินฝาก ทำให้ไม่สามารถไปทำนิติกรรมกับกองทุน TFF ได้
อย่างไรก็ดี จากข้อจำกัดดังกล่าว ทล.จึงมีแผนร่าง พรบ. ฉบับใหม่ โดยปรับปรุงจากร่าง พรบ.กำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์และสะพาน พ.ศ...... ที่ ทล. ได้จัดทำไว้แล้วเสร็จก่อนหน้านี้เมื่อปี 2562 เพื่อปรับปรุงวัตถุประสงค์และทำให้กองทุนมอเตอร์เวย์มีสถานะเป็นนิติบุคคล และเพื่อให้สามารถนำไประดมทุนได้อย่างถูกกฎหมาย
ซึ่งหากปลดล็อคข้อจำกัดเหล่านี้จะทำให้นำรายได้จากค่าธรรมเนียมมอเตอร์เวย์ ไปใช้เป็นเงื่อนไขระบุในผลตอบแทนทางการลงทุนแก่นักลงทุนใน TFF โดยเฉลี่ยในปีที่ผ่านมา รายได้ค่าธรรมเนียมมอเตอร์เวย์ที่นำส่งเข้ากองทุนมอเตอร์เวย์นั้น ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากมอเตอร์เวย์ M7 (กรุงเทพฯ – มาบตาพุด) และ M9 (วงแหวนรอบนอกกาญจนาภิเษก) รวมรายได้กว่า 9 พันล้านบาทต่อปี
นายปิยพงษ์ กล่าวด้วยว่า เป้าหมายหลักในการใช้เงินจากการระดมทุน TFF เบื้องต้น ทล.จะนำไปลงทุนในโครงการใหม่ อาทิ โครงการมอเตอร์เวย์สาย M8 ซึ่งขณะนี้มีความชัดเจนว่าจะแบ่งการลงทุนออกเป็น 2 ส่วน คือ
- ระยะที่ 1 ช่วงนครปฐม - ตลาดจินดา ระยะทาง 11 กิโลเมตร วงเงิน 10,509 ล้านบาท จะใช้งบประมาณจากกองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง
- ระยะที่ 2 ช่วงตลาดจินดา - ปากท่อ ระยะทาง 50 กิโลเมตร วงเงิน 29,653 ล้านบาท อาจใช้จากการระดมทุน TFF
“การจัดตั้ง TFF จำเป็นที่ต้องระบุว่ามีจุดประสงค์ระดมทุนไปใช้เพื่ออะไร และจะสร้างผลตอบแทนจากรายได้ส่วนใด ซึ่ง ทล.จะระบุถึงการนำเงินจาก TFF ไปใช้พัฒนามอเตอร์เวย์สายใหม่ และรายได้ที่จะนำเข้า TFF ก็จะมาจากรายได้ค่าผ่านทางส่วนของ M7 และ M9 ซึ่งเป็นรายได้ส่วนใหญ่ที่ปัจจุบันนำเข้ากองทุนมอเตอร์เวย์ ตัวเม็ดเงินนี้จะเป็นหลักประกันสำคัญให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน TFF”
ทั้งนี้ หาก ทล. สามารถระดมทุนผ่าน TFF ได้สำเร็จ จะช่วยให้มีเงินมาลงทุนในโครงการใหม่ๆ แทนการจัดใช้งบประมาณแผ่นดิน และการใช้เงินกู้ประเภทอื่น ซึ่งจะทำให้สามารถขยายโครงข่ายมอเตอร์เวย์ได้รวดเร็วขึ้น
โดยเบื้องต้น ทล. ประเมินว่าจะใช้เวลา 3 – 6 เดือน ในการปรับปรุงการศึกษาจัดทำร่าง พรบ.ฉบับใหม่ เพื่อเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของการใช้เงินจากค่าธรรมเนียมผ่านทาง หลังจากนั้นจะเร่งเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภาผู้แทนราษฎร หลังจากนั้นความเร็วของการพิจารณาจะขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล
นายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า การปรับแผนจะนำเงินจาก TFF มาพัฒนามอเตอร์เวย์ M8 เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบให้แผนงานของโครงการนี้ล่าช้ามากนัก เพราะระหว่างรอการพิจารณาทางกฎหมายนั้น จะเริ่มเดินหน้าการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินไปก่อน เพื่อให้โครงการพร้อมทันทีเมื่อได้ข้อสรุปของแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ เบื้องต้นยังคาดว่าจะทันต่อแผนที่ประเมินเริ่มก่อสร้างในปี 2571





