คลังเตรียมแพ็กเกจใหญ่ "ไทยช่วยไทยพลัส" ควบรวมโครงการคนละครึ่งเข้ากับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปลดล็อกให้กลุ่มเปราะบางรูดซื้อของร้านค้ารายย่อยและสตรีทฟู้ดได้ พร้อมดึงเทคโนโลยีเอไอหนุนพ่อค้าแม่ค้าเข้าถึงสินเชื่อ เล็งเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนภายในเดือน เม.ย. และเริ่มใช้จ่ายจริงเดือน พ.ค.
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอแพ็กเกจมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพชุดใหม่ภายใต้ชื่อโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งจะเป็นการบูรณาการครั้งสำคัญโดยนำโครงการคนละครึ่งพลัสและโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมารวมไว้เป็นเรื่องเดียวกัน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยเหลือเยียวยาทั้งกลุ่มเปราะบางและประชาชนทั่วไป ที่กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤติราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะเป็นการยกระดับโครงการในครั้งนี้ คือการเชื่อมโยงระบบของกลุ่มร้านค้าเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ โดยผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเดิมมีข้อจำกัดในการใช้จ่ายได้เฉพาะในกลุ่มร้านธงฟ้าเป็นหลัก จะได้รับการปลดล็อกให้สามารถนำวงเงินสวัสดิการดังกล่าวไปใช้จ่ายในร้านค้ารายย่อยระดับ SMEs หรือร้านสตรีทฟู้ดที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้ตลอดไป ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้ลงสู่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเตรียมนำระบบปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ เข้ามาเป็นผู้ช่วยในการวิเคราะห์ยอดขายและพฤติกรรมการใช้จ่ายของร้านค้า ซึ่งข้อมูลส่วนนี้จะกลายเป็นฐานข้อมูลสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินในระบบได้ง่ายขึ้นในอนาคต
สำหรับกรอบระยะเวลาการดำเนินการนั้น กระทรวงการคลังคาดการณ์ว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งแบบใหม่ทั้งหมดได้ล่วงหน้าก่อนภายในเดือน เม.ย. และคาดว่าจะเริ่มเปิดให้ประชาชนสามารถใช้จ่ายวงเงินได้จริงภายในเดือน พ.ค. นี้
โดยความคืบหน้าล่าสุด กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณกำลังอยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบเม็ดเงินงบประมาณคงเหลือ พร้อมทั้งออกแบบรายละเอียดและรูปแบบของโครงการอย่างรัดกุม เพื่อให้เม็ดเงินทุกบาทเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย





