วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

‘คลัง’ จ่อชง ครม.ใหม่ขยายวงเงินกู้ กองทุนน้ำมันฯ 1.5 แสนล้าน เลิกอุดหนุนราคา

‘คลัง’ จ่อชง ครม.ใหม่ขยายวงเงินกู้ กองทุนน้ำมันฯ 1.5 แสนล้าน เลิกอุดหนุนราคา

“คลัง” เตรียมชงครม.ชุดใหม่นัดแรก ขยายเพดานกู้กองทุนน้ำมันฯ ทะลุ 1.5 แสนล้านบาท หวังตรึงดีเซล พร้อมประกาศเลิกอุ้มพลังงานแบบหว่านแห

วันที่ 31 มี.ค.2569 ที่กระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นถึง 300-400% จากระดับกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขยับขึ้นไปอยู่ที่ระดับกว่า 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

ทั้งนี้ รัฐบาลได้มีการประเมินฉากทัศน์ (Scenario) ของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด 

สำหรับฉากทัศน์ที่ 1 ซึ่งคาดการณ์ว่าสงครามจะจบลงอย่างรวดเร็วภายใน 1 เดือนนั้นได้พิสูจน์แล้วว่าไม่เกิดขึ้นจริง รัฐบาลจึงได้ปรับแผนมาเตรียมความพร้อมสำหรับฉากทัศน์ที่ 2 ซึ่งคาดว่าสถานการณ์อาจจะยืดเยื้อไปในกรอบระยะเวลา 3-4 เดือน

“วิกฤติครั้งนี้มีความผันผวนสูงและไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าสงครามจะจบลงเมื่อใด รัฐบาลจึงต้องเตรียมความพร้อมในทุกสถานการณ์ รวมถึงพยายามจัดหาน้ำมันหรือซื้อล่วงหน้าเข้ามาให้มากที่สุด ในขณะที่หลายประเทศเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันและต้องแย่งกันซื้อน้ำมัน”

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรับมือกับความผันผวนและเยียวยาผลกระทบดังกล่าว รัฐบาลได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยจะเปลี่ยนแนวทางจากการนำเงินไปอุดหนุนที่ราคาน้ำมันเป็นการเข้าไปอุดหนุนแบบเจาะจงที่ตัวบุคคลแทน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีจำนวนกว่า 13.4 ล้านคน

ซึ่งมาตรการเยียวยาต่างๆ จะถูกนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ในนัดแรกทันที 

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวอธิบายว่า สำหรับการดูแลผลกระทบด้านราคาน้ำมันในประเทศนั้น รัฐบาลมีเครื่องมือสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและภาษีสรรพสามิต 

“หากไม่มีการแทรกแซงราคาน้ำมันจากภาครัฐเลย ราคาน้ำมันดีเซลในปัจจุบันจะสูงถึง 59 บาทต่อลิตร แต่ด้วยการใช้กลไกของกองทุนน้ำมันที่เข้าไปช่วยอุดหนุนราคาในอัตราถึง 19 บาทต่อลิตร ทำให้ประชาชนยังคงซื้อน้ำมันได้ในราคาเพียง 40 บาทเศษ” 

ทั้งนี้ การพิจารณาลดภาษีน้ำมันอยู่ที่การตัดสินใจว่าจะใช้สัดส่วนของกองทุนน้ำมันเท่าใดและลดภาษีเท่าใด จึงเป็นเรื่องของการบริหารจัดการที่ ครม. ชุดใหม่จะต้องนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาเพื่อกำหนดราคาสุดท้ายที่ต้องการดูแล

เพิ่มเพดานกู้ 1.5 แสนล้าน

นายลวรณ กล่าวว่า เพื่อให้กองทุนมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการรับมือวิกฤติ ทางกองทุนน้ำมันได้ทำเรื่องเสนอขอให้กระทรวงการคลังเข้าไปค้ำประกันเงินกู้ในวงเงิน 150,000 ล้านบาท โดยการดำเนินการดังกล่าวจะต้องมีการออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อขยายเพดานการก่อหนี้ของกองทุน

ทั้งนี้จากเดิมกฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 40,000 ล้านบาท ให้ขยับขึ้นเป็น 150,000 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 1 ปี หลังจากนั้นจะมีการเสนอพระราชกำหนดค้ำประกันเงินกู้โดยกระทรวงการคลัง

โดยวงเงินกู้ดังกล่าวจะถูกนับเป็นหนี้สาธารณะด้วย จากปัจจุบันที่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ประมาณ 66% จากกรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ไท้เกิน 70% ต่อจีดีพี ซึ่งยังมีพื้นที่ในการกู้เงินอีกราว 3 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ เพื่อให้กองทุนมีกระสุนในการรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ทันที

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนานเกินกว่า 3-4 เดือน รัฐบาลก็จะมีการประเมินและออกแบบนโยบายเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนให้เหมาะสมในแต่ละช่วงเหตุการณ์ต่อไป