วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สต๊อก น้ำมันสหกรณ์ เหลือ 61 ล้านลิตร วางเป้าใช้‘พลังงานสะอาด’ทดแทน

สต๊อก น้ำมันสหกรณ์ เหลือ 61 ล้านลิตร  วางเป้าใช้‘พลังงานสะอาด’ทดแทน

กรมส่งเสริมสหกรณ์ สั่งสหกรณ์ทั่วประเทศรับมือน้ำมันแพง วางมาตรการระยะยาวทุกสหกรณ์หันมาเน้นพลังงานสะอาด เช็คสต๊อกเหลือน้ำมัน 61 ล้านลิตร บางปั๊มงดให้บริการสมาชิก

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์  เปิดเผยว่า แนวทางการช่วยเหลือสหกรณ์ และเกษตรกรสมาชิกทั่วประเทศที่มีกระทบจากผลพวงน้ำมันขึ้นราคา หลังมีการสำรวจน้ำมันสำรองในปั๊มน้ำมันสหกรณ์กว่า 600 ปั๊มทั่วประเทศ ล่าสุดพบว่ามีน้ำมันสำรองอยู่ประมาณ 61 ล้านลิตร (ณ วันที่ 27 มี.ค.69) ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาการดำเนินกิจกรรมของสหกรณ์และสมาชิกยืนไปได้ในระยะหนึ่ง ส่วนในระยะยาวนั้นจะต้องปรับเปลี่ยนเครื่องจักรกลอุปกรณ์การผลิตต่าง ๆ หันมาใช้พลังงานสะอาด อาทิ โซล่าร์ลูฟ โซลล่าร์เซลล์ หรือโซล่าร์ฟาร์มแทนน้ำมัน

สต๊อก น้ำมันสหกรณ์ เหลือ 61 ล้านลิตร  วางเป้าใช้‘พลังงานสะอาด’ทดแทน

“การช่วยหลือสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ต้องดำเนินการให้มากที่สุดเป็นเป้าหมายแรก จากการสำรวจน้ำมันสำรองของ ปั๊มน้ำมันสหกรณ์ทั่วประเทศ เมื่อวันศุกร์ 27 มีนาคมที่ผ่านมาที่มีอยู่ 600 กว่าปั๊ม พบว่ามีน้ำมันสำรองประมาณ 61 ล้านลิตรใช้เติมอุปกรณ์เครื่องจักรกลการเกษตรใช้ได้ระยะหนึ่ง ส่วนมาตรการอื่น ๆ ตามมา อีก 3-4 มาตรการในการช่วยเหลือสมาชิกก็จะทยอยออกมา เช่นแก้หนี้ แก้ต้นทุนการผลิตและในอนาคตก็จะมุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาดอย่างเต็มศักยภาพ เช่นการใช้โซล่าร์ลูป โซล่าร์ฟาร์ม โซล่าร์เซล ซึ่งบางสหกรณ์เริ่มใช้มาระยะหนึ่งแล้วช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ”

อย่างไรก็ตามยังต้องรอฟังมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลจะนำออกมาประกาศใช้เพื่อให้การดำเนินงานด้านนโยบายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งขณะนี้กรมฯได้ประสานกับกระทรวงพลังงานอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้น้ำมันขาดแคลนโดยเฉพาะปั๊มน้ำมันของสหกรณ์

“ในอนาคตเราจะมุ่งเน้นไปที่พลังงานสะอาดมากขึ้นเพื่อใช้กับเครื่องจักรกลทางการเกษตรต่าง ๆ ทดแทนการใช้น้ำมัน ทั้งยังเป็นการเตรียมตัวรับมือในระยะยาว ที่จริงเราได้เริ่มเดินเรื่องนี้มาปีสองปีแล้ว เพียงแต่อาจจะยังไม่ได้จริงจังมากนัก”

สต๊อก น้ำมันสหกรณ์ เหลือ 61 ล้านลิตร  วางเป้าใช้‘พลังงานสะอาด’ทดแทน

นายวิเชียร สันกาวี  ประธานสหกรณ์โคนมการเกษตรไชยปราการ จำกัด อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีปั๊มน้ำมันของตัวเองให้บริการ แก่สมาชิก   แต่หลังจากน้ำมันขึ้นราคาปั๊มก็ได้งดให้บริการ โดยนำน้ำมันทั้งหมดมาใช้ในกิจการของสหกรณ์อย่างเดียว เนื่องจากไม่สามารถรู้ได้ว่าอนาคตน้ำมันจะมีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางใด

“น้ำมันของปั๊มสหกรณ์ตอนนี้งดให้บริการแก่สมาชิกชั่วคราว เพราะเราต้องสำรองเอาไว้ใช้สำหรับกิจการของสหกรณ์ก่อน เพราะการขนส่งน้ำนมดิบต้องส่งทุกวันจะขาดช่วงไม่ได้” 

นางสาวสายฝน แสงใส ผู้จัดการสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด อ.หางดง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ผลพวงจากน้ำมันขึ้นราคาส่งผลกระทบต่อต้นทุนการเลี้ยงไก่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ขณะนี้สหกรณ์ยังไม่ขยับขึ้นราคา ต้องการตรึงราคาไข่เดิมไว้ให้นานที่สุดเพื่อลูกค้าผู้บริโภค

สต๊อก น้ำมันสหกรณ์ เหลือ 61 ล้านลิตร  วางเป้าใช้‘พลังงานสะอาด’ทดแทน

“ไข่คละไซส์ ตอนนี้ยังขายอยู่ที่ราคาเดิม 3.20 บาท/ฟอง พยายามดันให้ได้ราคาใหม่ตามประกาศของเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ทั่วประเทศที่ 3.60 บาท/ฟอง แต่ก็สงสารผู้บริโภค ราคาบางทีถึงแม้ขยับได้ เราก็ต้องดูผู้บริโภคด้วย บางคนมีรายได้รายวัน ๆ ละ 300 เขาจะอยู่กันยังไง จึงยังคงยืนราคาเดิมเท่าที่ไหว เพราะต้นทุนอาหารสัตว์สำเร็จรูปตอนนี้ก็ขึ้นไปแล้วกระสอบละ 6.30 บาท กระสอบละ 30 กิโล เพราะน้ำมันเป็นจุดแรก พอราคาขยับทุกอย่างก็ขยับตามหมดเลย”

ด้านนายธนภัทร จ่าวินัจ ผู้จัดการสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคการเกษตรตราด จำกัด อ.เขาสมิง จ.ตราด กล่าวถึงผลกระทบสถานการณ์ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นว่าได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน โดยเฉพาะค่าขนส่ง หลังได้รับแจ้งประกาศขึ้นค่าขนส่งแล้ว 15 % ยิ่งปีนี้สหกรณ์จะมาเน้นการนำผลผลิตทุเรียน เงาะ มังคุดจำหน่ายภายในประเทศเป็นหลักด้วย จะมีผลต่อราคาผลผลิตอย่างแน่นอน

"ตอนนี้ภาพรวมสหกรณ์เองสมาชิกส่วนใหญ่ใช้น้ำมันในการขนส่งผลไม้ เงินที่ใช้ต้องมาสต๊อคน้ำมันไว้ด้วยบางส่วน ถ้าน้ำมันขึ้นอีกรอบแย่เลย ยิ่งค่าใช้จ่ายตอนนี้สูงขึ้นทุกตัว ไม่ว่าค่าแรงงาน ค่าขนส่งผลผลิตจากแปลง ไปศูนย์กระจายสินค้า ก็ยิ่งทำให้ราคาผลไม้สูงขึ้นตามไปด้วย”

นายธนภัทรยังฝากถึงรัฐบาลให้มาช่วยเหลือเยียวยากลุ่มสหกรณ์และเกษตรกรสมาชิกหลังราคาน้ำมันไม่มีท่าที จะลดลง โดยเฉพาะต้นทุนการผลิต ทั้งค่าปุ๋ยค่ายา ค่าขนส่ง ค่าแรงงาน เนื่องจากสหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกร เป็นองค์กรเดียวที่ช่วยเกษตรสมาชิกที่ขับเคลื่อนภาคการเกษตร หากสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรล้มสลายอยู่ไม่ได้ ภาคการเกษตรของประเทศก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน

“ผมอยากไปยังรัฐบาลให้ดูแลระบบสหกรณ์ เพราะว่าสหกรณ์เป็นตัวขับเคลื่อนระบบเกษตรประเทศไทย ไม่ว่าเรื่องการผลิตหรือการตลาด ผมว่าสหกรณ์เรามีโครงสร้างครบวงจรหมดแล้ว มีอยู่ทุกจังหวัดทุกอำเภอ ไม่ต้องมานั่งสร้างใหม่ ต้องเสียงบประมาณเพิ่ม”